ธุรกิจของบริษัท

บริษัทดำเนินธุรกิจหลักในการพัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบไปด้วย บ้านและที่ดินจัดสรร และห้องชุดในคอนโดมิเนียม โดยปกติจะมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 65 ของรายได้รวมทั้งหมด และมีรายได้จากการให้เช่าและค่าบริการในอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าโครงการชาญอิสสระทาวเวอร์ และอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าโครงการชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 ซึ่งมีรายได้ประมาณร้อยละ 3 - 5 รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม ประมาณร้อยละ 25 ส่วนที่เหลือเป็นรายได้อื่น เช่นรายได้ค่าบริการและสาธารณูปโภคจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ รายได้ค่าธรรมเนียมบริหารงาน ดอกเบี้ยรับ และรายได้อื่นๆ

ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ

  1. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย

    ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาโครงการแล้วเสร็จซึ่งอยู่ในระหว่างการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าและรอจำหน่ายบางส่วน และอยู่ระหว่างพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้



    • 1.1 โครงการ อิสสระเรสซิเดนซ์ พระราม 9 The New Symphony of Freedom ในซอยพระราม เก้า 13 ใกล้ทางด่วนและสถานีรถไฟ MRT สายสีส้ม บ้านออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชั้นนำ ซึ่งออกแบบเป็นบ้าน 3 ชั้น ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ พื้นที่ใช้สอยมากถึ 834 ตารางเมตร ที่จอดรถสูงสุดถึง 8 คัน พร้อมลิฟท์ และสระว่ายน้ำ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 80 ล้านบาท มีบ้านเพียง 20 หลัง มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 50 และเริ่มส่งมอบให้แก่ลูกค้าได้ในไตรมาสที่สี่ของปี 2561 โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

      1.2 บ้านอิสสระ บางนา ติดถนนใกญ่ใกล้เมกกะบางนาบนเนื้อที่ 24 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 2-3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 332.5-697 ตารางเมตร แวดล้อมด้วยธรรมชาติ ราคาเริ่มต้นที่ 38 ล้านบาท ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวจำนวน 43 หลัง มูลค่าโครงการประมาณ 2,560 ล้านบาท ปัจจุบันบ้านตัวอย่างแล้วเสร็จพร้อมให้ชมแล้ว โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      1.3 โครงการ อิสสระ คอลเล็คชั่น สาทร คอนโดมีเนียมพักอาศัยสูง 7 ชั้น บนถนนสาทร ซึ่งมีจำนวนเพียง 33 ยูนิต ประกอบด้วยห้อง 2-3 ห้องนอน และดูเพล็กซ์ 3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยกว่า 110-249 ตารางเมตร ต่อยูนิต โครงการมีมูลค่าประมาณ 877 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 55 และสร้างแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2560 และทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้า โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      1.4 โครงการ อิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ คอนโดมิเนียมพักอาศัยบนถนนสุขสวัสดิ์ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาคารมีความสูง 24 ชั้น บนเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน จำนวน 892 ห้องชุด พื้นที่ใช้สอยของห้องชุดมีตั้งแต่ 21 ตร.ม. ถึง 55 ตร.ม. ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 98 ของโครงการ โครงการนี้ดำเนินการโดย บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      1.5 โครงการ ดิ อิสสระ เชียงใหม่ ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นคอนโดมิเนียมประกอบด้วยอาคาร 7 ชั้น 2 อาคาร มีห้องทั้งหมด 265 ยูนิต ประกอบด้วย ห้องตั้งแต่ 1-2 ห้องนอน ขนาดตั้งแต่ 35-70 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 1.89 ล้านบาท โครงการมีมูลค่า 1,700 ล้านบาท ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จและทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในปี 2561 เป็นต้นไป โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      1.6 โครงการบ้านสีตวัน ตั้งอยู่ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นบ้านพักตากอากาศท่ามกลางธรรมชาติบนเนื้อที่ 27 ไร่ มีบ้านทั้ง 2-3 ห้องนอน จำนวนทั้งหมด 52 แปลง มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท เป็นโครงการซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

      1.7 โครงการบ้านทิวทะเล อความารีน (Aqua Marine) เป็นคอนโดมิเนียมสุดหรูติดทะเล บนชายหาดชะอำ-หัวหิน เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าระดับบีบวกถึงเอ บนพื้นที่ 13 ไร่ หน้ากว้างติดทะเลยาวถึง 57 เมตร ห่างจากตัวเมืองหัวหินเพียง 10 นาที โครงการแบ่งออกเป็นตึก Low Rise 4 ชั้นติดชายหาดจำนวน 4 อาคาร ถัดเข้าไปเป็นอาคารสูง 15 ชั้นจำนวน 1 อาคารซึ่งประกอบด้วยห้องพักตั้งแต่ 1-3 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 44-193 ตารางเมตร รวมทั้งสิ้น 270 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 98 ของโครงการ โครงการนี้ดำเนินการโดย บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      1.8 โครงการบ้านทิวทะเล บลู แซฟไฟร์ (Blue Sapphire) เนื้อที่ทั้งหมด 15 ไร่ ประกอบด้วยอาคารสูง 4 ชั้น 2 อาคาร และอาคารสูง 15 ชั้น 1 อาคาร มีห้องทั้งหมด 421 ยูนิต ซึ่งหลากหลายตั้งแต่ 1-3 ห้องนอน ขนาดตั้งแต่ 35-151 ตารางเมตร ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 80 ของโครงการ โครงการนี้ดำเนินการโดย บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      1.9 โครงการอิสสระ วิลเลจ เป็นทาวน์โฮมบรรยากาศเงียบสงบ มีจำนวนเพียง 35 ยูนิต ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม 212 กม. ใกล้กับสี่แยกชะอำและใกล้ชายหาดเพียง 300 เมตร บนที่ดินทั้งหมด 4 ไร่ แวดล้อมด้วยโรงแรม 5 ดาว มูลค่าโครงการ 170 ล้านบาท ปัจจุบันคงเหลือบ้านอยู่เพียง 1 ยูนิต โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      1.10 โครงการบลู (BLU) เป็นคอนโดมิเนียมต่อจากโครงการ บ้านทิวทะเล Aqua Marine และ Blue Sapphire ซึ่งได้รางวัลคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดของประเทศไทยสองปีซ้อน บนพื้นที่ 7 ไร่ริมชายหาดซึ่งเป็นอาคารสูง 21 ชั้น มีห้องพักตั้งแต่ 1-2 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 30-60 ตาราง โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      1.11 บาบาบีช วิลล่า หัวหิน (BABA BEACH VILLA HUAHIN) เป็นโครงการบ้านพักตากอากาศระดับ Luxury ริมทะเลหัวหิน-ชะอำ เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรของทิวทะเล เอสเตท (ThewTalay Estate) โครงการประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 2 ชั้นมีสระว่ายน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 279-525 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 111-197 ตารางวา ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 42.9-80 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2560 โครงการประกอบด้วยบ้าน 11 หลัง มูลค่าประมาณ 480 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายแล้วร้อยละ 91 ปัจจุบันได้เริ่มก่อสร้างส่วนต่อขยายอีก 7 หลัง มูลค่า 210 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2563 โครงการนี้ดำเนินการในนามบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด และบริษัท ร่วมอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด

      1.12 Baan Chok The two-storey beachfront house inspired an iconic colonial style known to Hua Hin. Baan Chok Café & Eatery offers an undisrupted beach views, spacious design, vibrant outdoor seating, and a 1,500sq.m courtyard garden suited for various exclusive events and functions. With an additional upper gallery showcasing historical items from the Chokwattana family, Baan Chok specializing in serving classic teas, stylish coffee, and traditional desserts, accompanied by a charming menu of smaller bites.

      1.13 โครงการศรีพันวา เป็นโครงการบ้านพักตากอากาศแบบหรูหรา ตั้งอยู่ที่แหลมพันวา ตำบล วิชิต อำเภอ เมือง จังหวัด ภูเก็ต บนเนื้อที่ 80 ไร่ ประกอบด้วยบ้านพักตากอากาศ 3-6 ห้องนอน (Three-Six Bedroom Residence Villa) เพื่อขาย จำนวน 21 หลัง และ พูลวิลล่า (One-Two Bedroom Pool Villa) เพื่อขายจำนวน 4 หลัง มูลค่าขายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันขายและโอนกรรมสิทธิ์ ให้ลูกค้าแล้ว ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้าง Pool Villa จำนวน 4 หลัง (X25) มูลค่า 200 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2562 โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      1.14 โครงการบาบาบีชคลับ ภูเก็ต (Baba Beach Club Phuket) เป็นโครงการบ้านพักตากอากาศแบบหรูหรา (Luxury Residential) ตั้งอยู่บริเวณ หาดนาใต้ ตำบล โคกกลอย อำเภอ ตะกั่วทุ่ง จังหวัด พังงา บนเนื้อที่ 42 ไร่ ติดชายหาดที่มีคุณภาพของทราย และน้ำทะเลที่สมบูรณ์ หน้ากว้างถึง 200 เมตร โครงการเฟสที่ 1 ประกอบด้วย บ้านพักตากอากาศ 5 ห้องนอน (Five Bedroom Beachfront Villa) จำนวน 6 หลัง และพูลวิลล่า 2 ห้องนอน (Two Bedroom Pool Villa) จำนวน 18 หลัง มูลค่าโครงการในเฟสที่ 1 รวม 1,440 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 20% โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท อิสสระ จุนฟา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      1.15 อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 อาคารสำนักงานและศูนย์การค้าสูง 36 ชั้น บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ การเดินทางสะดวกสบาย รายล้อมด้วยสาธารณูปโภคครบครัน ทั้งศูนย์การค้า โรงพยาบาล โรงเรียน ร้านอาหาร ย่านเอกมัย ทองหล่อ มีพื้นที่ใช้สอยรวม 58,000 ตารางเมตร ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าอยู่แล้ว 95% โดยมีบริษัทชั้นนำ อาทิ Siemens, Samsung Insurance , Boehringer Ingelheim, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อย (บสย.) เป็นต้น


  2. ธุรกิจขาย ให้เช่าระยะยาว และให้เช่าอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า

    สำหรับธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า “โครงการชาญอิสสระทาวเวอร์ ถนนพระรามที่สี่ และโครงการชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่” บริษัทบริหารพื้นที่เช่าประมาณ 34,513.29 ตารางเมตร โดยเป็นพื้นที่ของบริษัท 3,825.61 ตารางเมตร และรับจ้างกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก บริหาร 30,687.68 ตารางเมตร อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 มีอัตราการเข้าอยู่ประมาณ 90% ของพื้นที่ทั้งหมด โดยมีลูกค้าหลักซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำ ได้แก่ Siemens Sumsung Life Insurance และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เป็นต้น

  3. ธุรกิจการประกอบกิจการโรงแรม

    ประมาณไตรมาสที่ 3 ปี 2549 บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้เริ่มประกอบกิจการโรงแรม ในโครงการศรีพันวา จังหวัดภูเก็ต เป็นโรงแรมประเภท Boutique Hotel ในนามโรงแรมศรีพันวา และได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการประกอบกิจการโรงแรมเป็นที่เรียบร้อย โดยใช้ Pool Villa จำนวน 11 หลัง ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน จำนวน 18 ห้อง และก่อสร้างเพิ่มในเฟสที่สาม อีก 23 หลัง ซึ่งแล้วเสร็จ ในปี 2552 เปิดเป็นห้องพักให้กับลูกค้าทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จนเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติในระดับที่น่าพอใจ ต่อมาในปี 2556 บริษัทได้ขายส่วนของโรงแรมศรีพันวา ซึ่งประกอบไปด้วยที่ดินประมาณ 21 ไร่ 2 งาน 55 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง คือห้องพัก Pool Villa, Family Suite และ Luxury Pool Villa จำนวน 38 ยูนิต และห้องพักแบบ Pool Suit จำนวน 7 ยูนิต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงแรมศรีพันวา ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา โดยบริษัทถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมประมาณ ร้อยละ 30 และเช่าโรงแรมศรีพันวากลับมาบริหารเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีค่าเช่าคงที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา ได้แปลงสภาพเป็นกองทรัสต์ ในชื่อ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา เมื่อเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังดำเนินการก่อสร้างโรงแรม HABITA ซึ่งมีห้องพักแบบ Pool Suit และ Penthouse เพิ่มเติมอีกจำนวนรวม 30 ห้อง และบ้านพักตากอากาศ X29 และขายเข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา ในเดือน ธันวาคม 2559 เช่นกัน รวมมูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาท

    ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 บริษัทได้ให้บริการโรงแรมเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง คือ โรงแรมบาบาบีชคลับ หัวหิน (BABA BEACH CLUB HUA HIN) เป็นโครงการโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับบ้านพักตากอากาศในระดับ Luxury ริมทะเลหัวหิน-ชะอำ เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรทิวทะเล เอสเตท (Thew Talay Estate) ที่อยู่อาศัยรูปแบบ Pool Villa และ Pool Suite มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท ปัจจุบันเปิดให้บริการโซนด้านหน้าหาดแก่ลูกค้าแล้วในเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา และโครงการโรงแรมบาบาบีชคลับ ภูเก็ต (BABA BEACH CLUB PHUKET HOTEL) ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับ BABA BEACH CLUB PHUKET หาดนาใต้ ตำบล โคกกลอย อำเภอ ตะกั่วทุ่ง จังหวัด พังงา โดยได้เปิดให้บริการในส่วนของโรงแรม BABA BEACH CLUB PHUKET ช่วงปลายปี 2560 ซึ่งประกอบด้วย บ้านพักแบบ GABANA Villa และห้องพักแบบ Pool Suit จำนวน 16 ห้องพัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น BEACH CLUB, ร้านอาหาร, และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ สวนธรรมชาติบริเวณหน้าหาด ที่สวยงามและมีความเป็นส่วนตัวโดยมีชายหาดหน้ากว้าง 200 เมตรที่มีคุณภาพของทรายและน้ำทะเลที่สมบูรณ์

  4. ธุรกิจรับบริหารอาคารสำนักงานนิติบุคคลอาคารชุด/บ้านจัดสรรและบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์

    บริษัทได้รับแต่งตั้งจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ และผู้จัดการทรัพย์สินของกองทุนฯ ซึ่งประกอบไปด้วยห้องชุดในอาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ และ อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 รวมพื้นที่ทั้งหมด 30,687.68 ตารางเมตร ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา นอกจากนี้ บริษัทได้รับจ้างบริหารงานด้านการเงินและการบัญชี รวมทั้งการจัดการโครงการของบริษัท อินเตอร์ เนชั่นแนล รีซอร์ท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด

    สำหรับการบริหารนิติบุคคลอาคารชุดหรือบ้านจัดสรร บริษัทและบริษัทในเครือรับบริหารงานให้กับคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรต่างๆ ที่บริษัทและบริษัทในเครือได้ทำการพัฒนาโครงการ อาทิ อิสสระแอ็ทฟอร์ตี้ทู สุขุมวิท, ดิ อิสสระ ลาดพร้าว บ้านสีตวัน ปากช่อง-เขาใหญ่ อิสสระ คอลเลคชั่น สาทร และคอนโดมิเนียมตากอากาศในโครงการ ทิวทะเลเอสเตททั้งหมด เป็นต้น


เงินลงทุนในบริษัทย่อยเเละบริษัทที่เกี่ยวข้อง

บริษัทมีเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้

ชื่อบริษัท ทุนที่เรียกชำระแล้ว
(ล้านบาท)
จำนวนหุ้น
ที่ถือครองอยู่
มูลค่าที่ตราไว้
(บาท)
สัดส่วนการถือหุ้น
(%)
บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จำกัด 140.00 1,195,000 100 85.364
บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จำกัด 250.00 1,499,996 100 60.000
บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด 100.00 499,997 100 50.000
บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด 300.00 1,499,996 100 50.00
บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด 30.0 3,000,000
(CIR บริษัทย่อยถือหุ้น 100%)
10 85.364
บริษัท อิสสระ จุนฟา จำกัด 420.00 2,940,000 100 70.00
บริษัท ร่วมอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด 360.00 1,799,996 100 50.00
บริษัท ชาญอิสสระ รีท แมเนจเมนท์ จำกัด 10 1,000,000 10 100
บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีซอร์ท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด 1,757.95 2,810,695 100 15.9889
บริษัท ฮิดะ กริล จำกัด 13.00 47,060 100 36.20
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ บางกอก 1,000.00 33,300,000 10 33.300
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา 3,097.72 27,906,400
(บริษัทถือ
หน่วยทรัสต์จำนวน
27,906,400 หน่วย
คิดเป็น 10% และ
CIR ถือหน่วยทรัสต์
จำนวน 56,901,149 หน่วย
คิดเป็น 20.39%)
11.10 10.000


บริษัทย่อยและบริษัทที่เกี่ยวข้องกันมีดังนี้

  1. บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และโรงแรมบนเนื้อที่ 80 ไร่ ในนาม “โครงการศรีพันวา” เฟสที่ 1 และ 2 มูลค่า 1,600 ล้านบาท เฟสที่ 3 และ 4 มูลค่ากว่า 1,500 และ 1,400 ล้านบาทตามลำดับ ที่ตั้งอยู่บนแหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยวิวทะเลและเกาะน้อยใหญ่โดยรอบ กลุ่มลูกค้าหลักของโครงการศรีพันวา คือ ชาวต่างชาติและชาวไทยที่นิยมการใช้ชีวิตในจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก ปัจจุบันขายและโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าไปแล้วจำนวน 2 หลัง และกำลังก่อสร้างในเฟสที่ 3 เป็น Pool Villa จำนวน 4 หลัง (X25) ซึ่งจะแล้วเสร็จปลายปี 2562 เมื่อปี 2556 บริษัทฯได้ขายส่วนของโรงแรมศรีพันวา ซึ่งประกอบไปด้วยที่ดินประมาณ 21 ไร่ 2 งาน 55 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องพัก Pool Villa , Family Suite และ Luxury Villa จำนวน 38 ยูนิต และห้องพักแบบ Pool Suit จำนวน 7 ยูนิต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงแรมศรีพันวา ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา (SPWPF) โดยบริษัทถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมประมาณ ร้อยละ 30 และเช่าโรงแรมศรีพันวากลับมาบริหารเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีค่าเช่าคงที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ และในปี 2557 บริษัทได้ดำเนินการก่อสร้างโรงแรมเฟสใหม่ โดยจะพัฒนาเป็นห้องพักแบบ POOL SUITE เพิ่มเติมอีกประมาณ 30 ห้อง เพื่อรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาภูเก็ตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี โดยปัจจุบันก่อสร้างเสร็จและเปิดดำเนินการแล้วตั้งแต่ปลายปี 2558 เป็นต้นมา ปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา ได้แปลงสภาพเป็นกองทรัสต์ ในชื่อ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา เมื่อเดือน ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา และบริษัทได้ขายโรงแรมในส่วนที่สอง ซึ่งมีห้องพักแบบ POOL SUITE จำนวน 30 ห้องพร้อมบ้านพักตากอากาศ X29 ให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา ในเดือน ธันวาคม 2559 เช่นกัน มูลค่ารวมประมาณ 1,300 ล้านบาท
  2. บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปัจจุบันกำลังพัฒนาอยู่ 1 โครงการและเสร็จแล้ว 2 โครงการ คือ โครงการ The Issara Ladprao เป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ บนเนื้อที่เกือบ 5 ไร่ บนถนนลาดพร้าว ระหว่าง ซอยลาดพร้าว 12 และ ลาดพร้าว 14 คอนโดมิเนียม สูง 47 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 561 ยูนิต ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าวเพียง 300 เมตร มูลค่าโครงการประมาณ 2,800 ล้าน ปีนี้ขายและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด 100% แล้ว และเมื่อต้นปี 2556 ได้มีการเปิดตัวโครงการ อิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ อีกหนึ่งแบรนด์ของกลุ่มชาญอิสสระ บนถนนสุขสวัสดิ์ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาคารมีความสูง 24 ชั้น บนเนื้อที่ 4 ไร่ พื้นที่ใช้สอยของห้องชุดมีตั้งแต่ 21 ตร.ม. ถึง 55 ตร.ม. ในระดับราคาล้านกว่าบาท แต่มากด้วยคุณภาพของพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ ล็อบบี้ขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำหรู พร้อมสวนลอยฟ้า และ Sky Garden ที่ทำให้ได้สัมผัสอากาศที่สดชื่นบนชั้นสูงสุดของอาคาร พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่เหนือระดับ และระบบคีย์การ์ดที่ควบคุมการเข้าออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้รับการตอบรับอย่างดี ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 98 และได้ดำเนินการก่อสร้างโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จและทยอยส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าแล้ว ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2558 นอกจากนี้ ในปี 2561 บริษัทได้เปิดตัว โครงการบ้านอิสสระ บางนาติดถนนใหญ่ใกล้เมกะบางนาบนเนื้อที่ 24 ไร่บ้านเดี่ยว 2 และ 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 332.5 ถึง 697 ตร.ม.ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติเขียวขจี ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยผู้ออกแบบชั้นนำ ด้วยฟังก์ชั่นใช้สอยที่ครบครัน พร้อมคลับเฮาส์ที่โอ่โถง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ฟิตเนสที่ทันสมัย พร้อมโซน Amphitheater ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ของแต่ละครอบครัว และลู่วิ่งรอบหมู่บ้าน สวนที่ร่มรื่นช่วยให้เวลาแห่งการพักผ่อนเปี่ยมล้นด้วยความสุข ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท ปัจจุบันได้ก่อสร้างบ้านตัวอย่างและทยอยสร้างบ้านของลูกค้า
  3. บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และเสร็จแล้ว 5 โครงการ คือ (1) โครงการบ้านเพลินทะเล (2) โครงการบ้านชานทะเล ทั้งสองโครงการขายและโอนกรรมสิทธิ์ 100% (3) โครงการ อิสสระ วิลเลจ เป็นทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ ให้คุณได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติโอบล้อมด้วยสวนสวย และสระว่ายน้ำ บรรยากาศสงบเงียบ เป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนเพียง 35 ยูนิต รูปแบบอาคารโดดเด่นด้วยการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่ครบครัน และมีความสุขกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก “อิสสระวิลเลจ” ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม กม. 212 ไม่ไกลจากสี่แยกชะอำ และใกล้ชายหาดเพียง 300 เมตร บนที่ดินขนาด 4 ไร่ แวดล้อมด้วยโรงแรม 5 ดาว เช่น โรงแรมวิรันดา สปริงฟิลด์แอดซี โรงแรมรีเจนท์ และห่างจากสนามกอล์ปาล์มฮิล เพียง 5 นาที ด้วยมูลค่าโครงการ 160 ล้านบาท พร้อมให้ชาวไทยและชาวต่างชาติมาเป็นเจ้าของแล้ว ปัจจุบันคงเหลือเพียง 1 ยูนิตสุดท้าย (4) โครงการอิสสระ คอลเล็คชั่น สาทร เป็น คอนโดมิเนียมพักอาศัยสูง 7 ชั้น อันหรูหรา เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติระดับพรีเมี่ยม บนทำเลทองของถนนสาทร อันแสนสะดวกสบายที่เหนือความคาดหมายของคุณ ผลงานชิ้นเอกอีกหนึ่งโครงการของ ชาญ อิสสระกรุ๊ป เจ้าของรางวัลผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองตากอากาศ ชั้นแนวหน้า ของประเทศด้วยจำนวนเพียง 33 ยูนิต ซึ่งประกอบด้วยแบบ 2-3 ห้องนอน และแบบดูเพล็กซ์ 3 ห้องนอน อิสสระ คอลเล็คชั่น สาทร ยังเหมาะเป็นบ้านสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริงด้วยพื้นที่อันกว้างขวางของห้องครัว ทั้งแบบตะวันตก และครัวไทยในบางยูนิต ระยะห่างจากฝ้า และพื้นที่สูงกว่ามาตรฐานรวมทั้งพื้นที่ใช้สอยที่มากเกินกว่า 100 ตารางเมตรของแต่ละยูนิต สร้างความรู้สึกที่เป็นบ้านให้แก่ผู้อยู่อาศัย เพื่อความเป็นส่วนตัว เติมเต็มไลฟ์สไตล์อันหรูหรา บางยูนิตมีลิฟต์ส่วนตัว และตกแต่งอย่างงดงามด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำแบบกัน ปัจจับันแล้วเสร็จ และมีที่ดินที่เชียงใหม่รอการพัฒนาอีก 1 แปลง (3 ไร่) (5) โครงการดิ อิสสระ เชียงใหม่ เป็นคอนโดมิเนียมหรูประกอบด้วยอาคาร 7 ชั้น 2 อาคาร จำนวนห้องทั้งหมด 265 ยูนิต โดยแต่ละยูนิตได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาดเพื่อการใช้สอยพื้นที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ เพื่อขยายขีดความสุขของทุกคนในครอบครัว โดยสามารถเลือกความสุขในแบบ 1 - 2 ห้องนอน ขนาด 35 - 70 ตร.ม.ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ห้องโถงขนาดใหญ่ ห้องสมุด จากุชชี่ สระน้ำว่ายฟรีฟอร์ม ห้องออกกำลังกาย ลู่วิ่ง ที่จอดรถยนต์ และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
  4. บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด โดยเกิดจากการผสานมือกันระหว่าง บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมายาวนาน ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปัจจุบันกำลังพัฒนาเสร็จไปแล้ว 3 โครงการตั้งอยู่ที่ กม.209 อำเภอชะอำได้แก่ โครงการบ้านทิวทะเล อความารีน (Aqua Marine) เป็นบีชฟร้อนท์คอนโดมิเนียมสไตล์วิลล่ามูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าระดับบีบวกถึงเอ บน พื้นที่ 13 ไร่ ติดริมทะเล หน้ากว้าง 57 เมตร ขับรถจากตัวเมืองหัวหินเพียง 10 นาที อาคารเรียงตัวแบบเล่นระดับวางเอียงรับกับหน้าหาดเพื่อเปิดรับทิวทัศน์ของชายหาดได้อย่างเต็มที่ ประกอบด้วยอาคาร Low Rise 4 ชั้น 4 อาคาร และ 15 ชั้น 1 อาคาร ด้วยห้องพักแบบ 1 - 3 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 44-193 ตารางเมตร รวมจำนวนทั้งสิ้น 270 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 3.1-35 ล้านบาท เอกลักษณ์อันโดดเด่นของทุกยูนิต คือโอบล้อมไปด้วยความเขียวขจีแห่งภูมิทัศน์โดยรอบ และเปิดกว้างรับทัศนียภาพของท้องทะเลด้วยพื้นที่ใช้สอยลงตัวครบครันตามแนวคิด Natural Contemporary ออกแบบโดยบริษัท ฮาบิต้า ที่มีชื่อเสียง โครงการบ้านทิวทะเลนี้สร้างเสร็จแล้วในปี 2557 การันตีรางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล จาก International Property Awards ด้วย 2 คือ Best Condominium และ Best Leisure Development of Thailand สำหรับโครงการนี้ได้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าแล้วตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2557 ซึ่งปัจจุบันได้ขายและโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว 98% โครงการที่ 2 ได้แก่ โครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ (Blue Sapphire) บนพื้นที่ 15 ไร่ ริมชายหาดประกอบด้วยสามอาคาร เป็นอาคารสูง 4 ชั้น สองอาคาร และอาคารสูง 15 ชั้น 1 ด้วยห้องพักแบบ 1 - 3 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 36 - 159 ตารางเมตร รวมจำนวนทั้งสิ้น 421 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 2.9 - 21 ล้านบาท ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างสวยงามในสไตล์ Aqua Contemporary โดย Habita Architect บริษัทสถาปนิกอันเลื่องชื่อ ด้วยแรงบันดาลใจจากสายน้ำ บ้านทิวทะเลจึงแวดล้อมด้วยภูมิทัศน์อันร่มรื่นของสวนและพรรณไม้ที่เขียวชอุ่ม สลับกับสระบัวอันงดงามและสระว่ายน้ำรูปทรงอิสระ พร้อมเปิดมุมมองให้ผู้อาศัยได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพของเกลียวคลื่น สร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติแวดล้อมอันสงบงาม แล้วเสร็จในปี 2558 ปัจจุบันมียอดขายและโอนแล้วกว่า 80% และโครงการที่ 3 ได้แก่ โครงการ BLU เป็นคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยต่อจากสองโครงการคุณภาพ บ้านทิวทะเล Aqua Marin และ Blue Sapphire คอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดของประเทศไทยซึ่งได้รับรางวัลสองปีซ้อนจาก The International Property Awards ของบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ริมชายหาดชะอำที่สวยงามและเป็นส่วนตัว โดดเด่นด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ภายใต้แนวคิดของชีวิตชายหาดท่ามกลางกลุ่มเกาะปะการัง (Atoll) เฉกเช่น มัลดีฟส์ เพื่อสร้างบรรยากาศของทะเลเขตร้อนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าหลงไหล เพียงก้าวแรกที่เข้ามาใน BLU คุณจะได้สัมผัสกับความ เรียบหรูมีสไตล์ของสถาปัตยกรรมทางเข้าด้านหน้าด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ ทอดตัวจากทางเข้าสู่ล็อบบี้ที่มองเห็นสระในมุมว่ายน้ำสวยกว้าง โอบล้อมตัวอาคารที่พักที่เน้นความร่มรื่นเพื่อวันพักผ่อนอย่างแท้จริง บนพื้นที่ 7 ไร่ ริมชายหาดด้วยอาคารสูง 21 ชั้น ห้องพักแบบ 1 - 2 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 30 - 60 ตารางเมตร ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย เริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท ปัจจุบันได้ก่อสร้างเสร็จและทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าแล้วตั้งแต่ปลายปี 2559 สำหรับโครงการที่ 4 ได้แก่ บาบาบีช วิลล่า หัวหิน โครงการบ้านพักตากอากาศในระดับ Luxury ริมทะเลหัวหิน-ชะอำ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ทิวทะเล เอสเตท (Thew Talay Estate) ที่อยู่อาศัยรูปแบบ Pool Villa ใหม่ล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาแบบและก่อสร้างโดย บริษัท ร่วมอิสสระ หนึ่งในบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย บาบาบีช วิลล่า หัวหิน มีจุดเด่นทั้งทำเลที่ตั้งและการออกแบบที่แตกต่างจากบ้านพักตากอากาศทั่วไป เน้นความเป็นส่วนตัว และความสะดวกสบายในการพักผ่อนอย่างแท้จริงแก่ผู้อยู่อาศัย รูปแบบบ้าน Neo Colonial style โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์หน้าตาและการออกแบบพื้นที่ใช้สอยประกอบกับพื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็ม อีกทั้งยังมี Rental Program สามารถให้ผลการตอบแทนในการลงทุนได้ บริหารและดูแลโดยโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการด้านโรงแรมมากกว่า 10 ปีและเป็นที่ยอมรับ การันตีโดยรางวัลระดับโลกมากมาย บาบาบีช วิลล่า หัวหิน มีลักษณะเป็น บ้านเดี่ยว 2 ชั้นมีสระว่ายน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 279 - 525 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 111 - 197 ตร.วา จำนวน 11 หลัง ในราคาเริ่มต้น 42.9 - 80 ล้านบาท โครงการแล้วเสร็จในปี 2561 มียอดขาย 90% และโอนกรรมสิทธิ์แล้วจำนวน 10 หลัง
  5. บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด ประกอบธุรกิจบริหารโรงแรม โดยในปี 2556 ได้จัดตั้งบริษัทขึ้นเพื่อเช่าโรงแรมศรีพันวาทั้งในส่วนที่ 1 และ 2 ซึ่งประกอบด้วยบ้านพักแบบ Pool Villa จำนวน 38 หลัง ห้องพักแบบ Pool Suit จำนวน 7 ห้องพัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาคาร Pool Club ห้องอาหาร Cool Spa สระว่ายน้ำริมหาด ชายหาดส่วนตัว สนามเทนนิส ลานโยคะ จากทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา มาบริหารเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีค่าเช่าคงที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ บริษัทนี้ถือหุ้นร้อยละ 100 โดยบริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย
  6. บริษัท ร่วมอิสสระ ดีเล็อปเมนท์ จำกัด เช่นเดียวกับ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ซึ่งเกิดจากการผสานมือกันระหว่าง บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมายาวนาน โดยมีวัตถุประสงค์จะร่วมกันประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม โดยนำที่ดินติดชายหาดมาพัฒนาเป็นโรงแรมและวิลล่าในนาม บาบา บีช คลับ โฮเทล หัวหิน ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเปิดดำเนินการแล้วเมื่อไตรมาส 4 ของปี 2560 เมื่อปลายปี2561 บริษัทได้ขายโรงแรมในส่วน Beach Front Pool Suit 18 keys เข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา โดยบริษัท ศรีพันวาแมเนจเมนท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการเช่ากลับมาบริหารจัดการโรงแรมต่อไป ปัจจุบันบริษัทกำลังดำเนินการพัฒนาเพื่อสร้างโรงแรมต่อในเฟสที่สอง (Main Hotel) ซึ่งจะมีห้องพักอีกกว่า 54 ห้อง โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2563
  7. บริษัท อิสสระ จุนฟา จำกัด เป็นการร่วมลงทุนระหว่างบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับบริษัท จุนฟา เรียลเอสเตท จำกัด บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะร่วมกันพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และโรงแรม ภายใต้ชื่อ BABA BEACH CLUB PHUKET ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหาดนาใต้ ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา บนเนื้อที่ 42 ไร่ ติดชายหาดที่มีคุณภาพของทรายและน้ำทะเลที่สมบูรณ์ หน้ากว้างถึง 200 เมตร โอบล้อมด้วยสวนมะพร้าว และต้นไม้พื้นถิ่นที่ร่มรื่น โครงการ BABA BEACH CLUB PHUKET จะประกอบด้วย BEACH FRONT VILLA ที่เป็นบ้านพักตากอากาศ 5 ห้องนอน ติดชายหาดริมทะเล จำนวน 6 หลัง โดยมีส่วนที่จะเปิดให้บริการเป็นโรงแรมซึ่งประกอบด้วย BEACH CLUB, ห้องพักริมชายหาด และห้องพักแบบ POOL VILLA, POOL SUITE ที่โอบล้อมด้วยสวนธรรมชาติ และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ปัจจุบันก่อสร้างส่วนโรงแรมแล้วเสร็จ เริ่มเปิดบริการให้แก่ลูกค้าแล้วช่วงปลายปี 2560
  8. บริษัท ชาญอิสสระ รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นผู้บริหารกองทรัสต์ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท
  9. บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีซอร์ท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายปัจจุบันมีที่ดินรอการพัฒนา 923 ไร่ อยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ดินบางส่วนได้ขายไปให้กลุ่มบริษัท คิง พาวเวอร์ ประมาณ 400 ไร่ ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเป็นสนามโปโล ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนั้นยังพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย และสนามกอล์ฟ เป็นต้น
  10. บริษัท ฮิดะ กริล จำกัด ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ในชื่อ Hitori Omakase โดยจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ได้ร่วมลงทุนกับกลุ่มของเชฟชื่อดังของเมืองไทย ปัจจุบันประกอบธุรกิจอยู่ในอาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

โครงสร้างกลุ่มบริษัท ณ 31 ธันวาคม 2561



โครงสร้างรายได้ของบริษัทสามารถจำแนกได้ดังนี้

(หน่วย : ล้านบาท)

ประเภทรายได้ 2561 2560 2559 2558
รายได้ % รายได้ % รายได้ % รายได้ %
รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 2,068.8 64.90 1,476.7 63.7 1,908.4 61.8 2,040.7 74.4
รายได้ค่าเช่าและบริการ 80.09 2.52 80.7 3.5 79.7 2.6 77.9 2.8
รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม 699.33 21.94 571.6 24.7 530.6 17.2 465.7 17.0
กำไรจากการขายโรงแรมศรีพันวา - - - - 429.4 13.9 - -
รายได้ค่าธรรมเนียมบริหารงาน 43.15 1.35 68.6 3.0 73.8 2.4 63.2 2.3
รายได้อื่นๆ 296.2 9.29 119.8 5.1 65.5 2.1 96.2 3.5
รวมรายได้ทั้งสิ้น 3,187.58 100.0 2,317.4 100.0 3,087.4 100.0 2,743.7 100.0

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ

บริษัท ยังคงเน้นการรักษาระดับคุณภาพของบ้านจัดสรร บ้านพักตากอากาส คอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัย โรงแรมระดับ 6 ดาว อาคารสำนักงาน และคุณภาพของการบริการ ซึ่งบริษัทถือว่าเป็นปัจจัยในความสำเร็จของบริษัทที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนาธุรกิจในโครงการบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียมเพื่อการอาศัย บ้านพักตากอากาศ และกิจการโรงแรมต่อไป เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นความต้องการของอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะที่พักอาศัยมีแนวโน้มเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการทำโครงการที่พักอาศัยจะสามารถทำได้ทั้งแนวราบและแนวสูง ระดับราคาขายเป็นราคาที่สามารถทำกำไรได้ แต่สำหรับอาคารสำนักงาน อัตราค่าเช่ายังไม่สอดคล้องกับต้นทุนในการทำอาคารใหม่ๆ ในปัจจุบัน บริษัทจึงมิได้ขยายธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า แต่มาขยายธุรกิจด้านที่พักอาศัยแทน บริษัทจึงมีเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ในเมืองตากอากาศที่สำคัญ เช่น หัวหิน ชะอำ เชียงใหม่ หรือภูเก็ต และพื้นที่ในเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการคมนาคมสะดวก ใจกลางเมือง และมีขนาดไม่ใหญ่มาก โดยเน้นกลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่มีรายได้ปานกลางถึงสูงและมีการดำเนินชีวิต (Lifestyle) เฉพาะตัว