บริษัทดําเนินธุรกิจหลักในการพัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบไปด้วย บ้านและที่ดินจัดสรร และห้องชุดในคอนโดมิเนียม โดยปกติจะมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 58 ของรายได้รวมทั้งหมด และมีรายได้จากการให้เช่าและค่าบริการในอาคารสํานักงานและศูนย์การค้าโครงการชาญอิสสระทาวเวอร์ และอาคารสํานักงานและศูนย์การค้าโครงการชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 ซึ่งมีรายได้ประมาณร้อยละ 3-5 รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม ประมาณร้อยละ 42 ส่วนที่เหลือเป็นรายได้อื่น เช่นรายได้ค่าบริการและสาธารณูปโภคจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ รายได้ค่าธรรมเนียมบริหารงาน ดอกเบี้ยรับ และรายได้อื่นๆ

ลักษณะการดําเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์หรือบริการ

บริษัทดําเนินธุรกิจใน 4 ลักษณะ ดังนี้

  1. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย

    ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาโครงการแล้วเสร็จซึ่งอยู่ในระหว่างการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าและรอจําหน่ายบางส่วน และอยู่ระหว่างพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้




  2. ธุรกิจขาย ให้เช่าระยะยาว และให้เช่าอาคารสํานักงาน และศูนย์การค้า

    อาคาร Charn Issara Tower ที่ถนนพระราม 4 และ Charn Issara Tower II ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เป็นอาคารสํานักงาน และศูนย์การค้าที่มีความสะดวกในการเดินทาง เป็นศูนย์กลางของแหล่งธุรกิจ มีขนาดห้องชุดตั้งแต่ 25 ตารางเมตร - 1,700 ตารางเมตร เพื่อรองรับร้านค้าและธุรกิจชั้นนําต่างๆ

  3. ธุรกิจการประกอบกิจการโรงแรม

    ประมาณไตรมาสที่ 3 ปี 2549 บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้เริ่มประกอบกิจการโรงแรม ในโครงการศรีพันวา จังหวัดภูเก็ต เป็นโรงแรมประเภท Boutique Hotel ในนามโรงแรมศรีพันวา และได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการประกอบกิจการโรงแรมเป็นที่เรียบร้อย โดยใช้ Pool Villa จำนวน 11 หลัง ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน จำนวน 18 ห้อง และก่อสร้างเพิ่มในเฟสที่สาม อีก 23 หลัง ซึ่งแล้วเสร็จ ในปี 2552 เปิดเป็นห้องพักให้กับลูกค้าทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จนเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติในระดับที่น่าพอใจ ต่อมาในปี 2556 บริษัทได้ขายส่วนของโรงแรมศรีพันวา ซึ่งประกอบไปด้วยที่ดินประมาณ 21 ไร่ 2 งาน 55 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง คือห้องพัก Pool Villa, Family Suite และ Luxury Pool Villa จำนวน 38 ยูนิต และห้องพักแบบ Pool Suite จำนวน 7 ยูนิต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงแรมศรีพันวา ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา โดยบริษัทถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมประมาณ ร้อยละ 30 และเช่าโรงแรมศรีพันวากลับมาบริหารเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีค่าเช่าคงที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ในปี 2559 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา ได้แปลงสภาพเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา “กองทรัสต์ SRIPANWA” และบริษัทฯ ได้ขายโรงแรม HABITA ซึ่งมีห้องพักแบบ Pool Suite และ Penthouse จำนวนรวม 30 ห้อง และบ้านพักตากอากาศ X29 เข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา ในเดือน ธันวาคม 2559 เช่นกัน รวมมูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาท และศรีพันวาเช่ากลับมาบริหารงาน ต่อมาบริษัทฯ ได้ดำเนินการก่อสร้าง Pool Villa จำนวน 4 หลัง มูลค่า 200 ล้านบาทซึ่งแล้วเสร็จในปี 2563

    ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 บริษัทได้ให้บริการโรงแรมเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง คือ โรงแรมบาบาบีชคลับ หัวหิน (BABA BEACH CLUB HUA HIN) เป็นโครงการโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับบ้านพักตากอากาศในระดับ Luxury ริมทะเลหัวหิน-ชะอำ เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรทิวทะเล เอสเตท (Thew Talay Estate) ที่อยู่อาศัยรูปแบบ Pool Villa และ Pool Suite และโครงการโรงแรมบาบาบีชคลับ นาใต้ ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับโครงการ BABA BEACH RESIDENCE NATAI หาดนาใต้ ตำบล โคกกลอย อำเภอ ตะกั่วทุ่ง จังหวัด พังงา โดยได้เปิดให้บริการในส่วนของโรงแรม BABA BEACH CLUB NATAI ช่วงปลายปี 2560 ซึ่งประกอบด้วย บ้านพักแบบ GABANA Villa และห้องพักแบบ Pool Suit จำนวนรวม 16 ห้องพักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น BEACH CLUB, ร้านอาหาร, และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ สวนธรรมชาติบริเวณหน้าหาด ที่สวยงามและมีความเป็นส่วนตัว โดยมีชายหาดหน้ากว้าง 200 เมตรที่มีคุณภาพของทรายและน้ำทะเลที่สมบูรณ์ ปัจจุบัน ที่ศรีพันวา ภูเก็ต มีห้องพักแบบ Pool Suite โซนใหม่ในนาม Yaya & Convention ซึ่งมีห้องพักจำนวน 24 ห้องและห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่จุ 400 คน ที่มองเห็นวิวทะเลขนานไปกับห้องจัดเลี้ยงและปลายปีมีเปิดบริการ Soul cafe และ Tu Bar เป็นการเพิ่มเอาท์เล็ทของโรงแรม นอกจากนี้ Baba Beach Club Hua Hin Phase 2 ที่เราเรียกว่า Habita Seaview เป็นอาคารสูง 12 ชั้น มีห้องพักรวม 47 ห้อง พร้อมห้อง Convention ขนาดใหญ่ สำหรับจัดสัมมนา งานแต่งงาน และอีเว้นท์ต่าง ๆ พร้อมห้อง Kid Club , Cool spa ,และ Fitness บริการแก่ท่านลูกค้าอย่างครบครันและที่ Baba Beach Club Hua Hin เรามีห้องอาหารบ้านโชคและSoul Food อีกด้วย โดยโรงแรมทั้งหมดนี้บริหารงานโดย บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

  4. ธุรกิจรับบริหารอาคารสํานักงานนิติบุคคลอาคารชุด/บ้านจัดสรรและบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์

    บริษัทได้รับแต่งตั้งจากทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิสสระเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ และผู้จัดการทรัพย์สินของกองทุนฯ ซึ่งประกอบไปด้วยห้องชุดในอาคารชาญอิสสระ ทาวเวอร์ และ อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 รวมพื้นที่ทั้งหมด 30,687.68 ตารางเมตร ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา นอกจากนี้ บริษัทได้รับจ้างบริหารงานด้านการเงินและการบัญชี รวมทั้งการจัดการโครงการของบริษัท อินเตอร์ เนชั่นแนล รีสอร์ท ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด

    สําหรับการบริหารนิติบุคคลอาคารชุดหรือบ้านจัดสรร บริษัทและบริษัทในเครือรับบริหารงานให้กับคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรต่างๆ ที่บริษัทและบริษัทในเครือได้ทําการพัฒนาโครงการ อาทิ อิสสระแอ็ทฟอร์ตี้ทู สุขุมวิท, ดิ อิสสระ ลาดพร้าว บ้านสีตวัน ปากช่อง-เขาใหญ่ อิสสระ คอลเลคชั่น สาทร และคอนโดมิเนียมตากอากาศในโครงการ ทิวทะเล เอสเตท และบ้านจัดสรร ทั้ง อิสสระ เรสซิเดนท์ พะราม 9 และบ้านอิสสระ บางนา เป็นต้น


บริษัทมีเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้

ชื่อบริษัท ทุนที่เรียกชำระแล้ว
(ล้านบาท)
จำนวนหุ้น
ที่ถือครองอยู่
มูลค่าที่ตราไว้
(บาท)
สัดส่วนการถือหุ้น
(%)
บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จำกัด 140.00 1,195,000 100 85.36
บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จำกัด 250.00 1,499,996 100 59.99
บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด 100.00 2,099,996 100 49.99
บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด 420.00 2,099,996 100 49.99
บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด 100.0 3,000,000
(CIR บริษัทย่อยถือหุ้น 100%)
10 99.99
บริษัท อิสสระ จุนฟา จำกัด 920.00 7,939,997 100 86.30
บริษัท ร่วมอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด 560.00 2,799,996 100 49.99
บริษัท ชาญอิสสระ รีท แมเนจเมนท์ จำกัด 20 1,999,996 100 99.99
บริษัท อิสสระ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด 100 999,998 100 99.99
บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีซอร์ท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด 1,757.95 2,810,695 100 15.99
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิสสระ 1,000.00 17,561,900 10 17.56
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา 3,097.72 425,000 11.10 0.17


บริษัทย่อยและบริษัทที่เกี่ยวข้องกันมีดังนี้

  1. บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จํากัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และโรงแรมบนเนื้อที่ 80 ไร่ ในนาม “โครงการศรีพันวา” เฟสที่ 1 และ 2 มูลค่า 1,600 ล้านบาท เฟสที่ 2 และ 3 มูลค่ากว่า 1,500 และ 1,400 ล้านบาทตามลําดับ ที่ตั้งอยู่บนแหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยวิวทะเลและเกาะน้อยใหญ่โดยรอบ กลุ่มลูกค้าหลักของโครงการศรีพันวา คือ ชาวต่างชาติและชาวไทยที่นิยมการใช้ชีวิตในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก ปัจจุบันขายและโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าไปแล้วจํานวน 2 หลัง และก่อสร้างในเฟสที่ 3 เป็น Pool Villa จํานวน 4 หลัง (X25) ซึ่งแล้วเสร็จ ต่อมาเมื่อปี 2556 บริษัทฯ ได้ขายส่วนของโรงแรมศรีพันวา ซึ่งประกอบไปด้วยที่ดินประมาณ 21 ไร่ 2 งาน 55 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องพัก Pool Villa, Family Suite และ Luxury Villa จํานวน 38 ยูนิต และห้องพักแบบ Pool Suit จํานวน 7 ยูนิต และสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงแรมศรีพันวา ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา (SPWPF) โดยบริษัทถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมประมาณร้อยละ 30 และเช่าโรงแรมศรีพันวากลับมาบริหารเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีค่าเช่าคงที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ และในปี 2557 บริษัทได้ดําเนินการก่อสร้างโรงแรมเฟสใหม่ โดยจะพัฒนาเป็นห้องพักแบบ POOL SUITE เพิ่มเติมอีกประมาณ 30 ห้อง เพื่อรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาภูเก็ตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี โดยปัจจุบันก่อสร้างเสร็จและเปิดดําเนินการแล้วตั้งแต่ปลายปี 2558 เป็นต้นมา ปัจจุบัน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา ได้แปลงสภาพเป็นกองทรัสต์ ในชื่อ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา เมื่อเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา และบริษัทได้ขายโรงแรมในส่วนที่สอง ซึ่งมีห้องพักแบบ POOL SUITE จํานวน 30 ห้องพร้อมบ้านพักตากอากาศ X29 ให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา ในเดือน ธันวาคม 2559 เช่นกัน มูลค่ารวมประมาณ 1,300 ล้านบาท

    ปัจจุบันเปิดให้บริการโรงแรมเฟส 4 เพิ่มเติมให้ชื่อว่า Yaya & Convention ซึ่งประกอบด้วย Convention Hall และห้องพัก แบบ Pool Suite อีก 24 ห้อง

  2. บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จํากัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปัจจุบันกําลังพัฒนาอยู่ 1 โครงการ และเสร็จแล้ว 2 โครงการ คือ โครงการ The Issara Ladprao เป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ บนเนื้อที่เกือบ 5 ไร่ บนถนนลาดพร้าว ระหว่าง ซอยลาดพร้าว 12 และ ลาดพร้าว 14 คอนโดมิเนียม สูง 47 ชั้น 1 อาคาร จํานวน 561 ยูนิต ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าวเพียง 300 เมตร มูลค่าโครงการประมาณ 2,800 ล้าน ปีนี้ขายและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด 100% แล้ว และเมื่อต้นปี 2556 ได้มีการเปิดตัวโครงการ อิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ อีกหนึ่งแบรนด์ในระดับ Middle Target ของกลุ่มชาญอิสสระ บนถนนสุขสวัสดิ์ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง อาคารมีความสูง 24 ชั้น บนเนื้อที่ 4 ไร่ พื้นที่ใช้สอยของห้องชุดมีตั้งแต่ 21 ตร.ม. ถึง 55 ตร.ม. ในระดับราคาล้านกว่าบาท แต่มากด้วยคุณภาพของพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ ล็อบบี้ขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำหรู พร้อมสวนลอยฟ้า และ Sky Garden ที่ทําให้ได้สัมผัสอากาศที่สดชื่นบนชั้นสูงสุดของอาคาร พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่เหนือระดับ และระบบคีย์การ์ดที่ควบคุมการเข้าออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้รับการตอบรับอย่างดี ปัจจุบันขายและโอน กรรมสิทธิ์แล้ว 100 % ในปี 2561 บริษัทได้เปิดตัว โครงการ บ้านอิสสระ บางนา ติดถนนใหญ่ใกล้เมกะบางนาบนเนื้อที่ 24 ไร่บ้านเดี่ยว 2 และ 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 380 ถึง 697 ตร.ม.ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติเขียวขจี ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยผู้ออกแบบชั้นนํา ด้วยฟังก์ชั่นใช้สอยที่ครบครัน พร้อมคลับเฮาส์ที่โอ่โถง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ฟิตเนสที่ทันสมัย พร้อมโซน Amphitheater ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ของแต่ละครอบครัว และลู่วิ่งรอบหมู่บ้าน สวนที่ร่มรื่นช่วยให้เวลาแห่งการพักผ่อนเปี่ยมล้นด้วยความสุข ราคาเริ่มต้น 79 ล้านบาท ปัจจุบันสร้างบ้านแล้วเสร็จและโอนให้ลูกค้าแล้วบางส่วนและบางส่วนกําลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง

  3. บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จํากัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และเสร็จแล้ว 5 โครงการ คือ
    (1) โครงการบ้านเพลินทะเล
    (2) โครงการบ้านชานทะเล
    (3) โครงการ อิสสระ วิลเลจ เป็นทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ ให้คุณได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติโอบล้อมด้วยสวนสวย และสระว่ายน้ำ บรรยากาศสงบเงียบ เป็นส่วนตัว ด้วยจํานวนเพียง 35 ยูนิต ปัจจุบันทั้ง 3 โครงการขายและโอนกรรมสิทธิแล้ว 100%
    (4) โครงการอิสสระ คอลเล็คชั่น สาทร คอนโดมิเนียมพักอาศัยสูง 7 ชั้น อันหรูหรา เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติระดับพรีเมี่ยม บนทําเลทองของถนนสาทร อันแสนสะดวกสบายที่เหนือความคาดหมายของคุณ ผลงานชิ้นเอกอีกหนึ่งโครงการของ ชาญอิสสระ ด้วยจํานวนเพียง 33 ยูนิต ซึ่งประกอบด้วยแบบ 2-3 ห้องนอน และแบบดูเพล็กซ์ 3 ห้องนอน อิสสระ คอลเล็คชั่น สาทร ยังเหมาะเป็นที่พักอาศัยสําหรับครอบครัวอย่างแท้จริงด้วยพื้นที่อันกว้างขวางของห้องครัว ทั้งแบบตะวันตก พื้นที่ใช้สอย ที่มากกว่า 100 ตารางเมตรของแต่ละยูนิต สร้างความรู้สึกที่เป็นบ้านให้แก่ผู้อยู่อาศัย เพื่อความเป็นส่วนตัวเติมเต็มไลฟ์สไตล์คนเมือง บางยูนิตมีลิฟต์ส่วนตัว และตกแต่งอย่างงดงามด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำแบบกัน ปัจจุบันแล้วเสร็จ และปิดการขายโครงการแล้ว
    (5) โครงการดิ อิสสระ เชียงใหม่ คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทบนพื้นที่กว่า 3 ไร่ ประกอบด้วยอาคาร 7 ชั้น 2 อาคาร จํานวนห้องทั้งหมด 265 ยูนิต พร้อมเข้าอยู่ โดยแต่ละยูนิตได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาดเพื่อการใช้สอยพื้นที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด พร้อมเต็มอิ่มไปกับการพักผ่อนอย่างที่สุด เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแห่งความรื่นรมย์และสะดวกสบายด้วยการตกแต่งและสิ่งอำนวยความสะดวกอันครบครัน โดยสามารถเลือกความสุขในแบบ 1-2 ห้องนอน ขนาด 35-70 ตร.ม. พร้อม ค้นหาแรงบันดาลใจให้ทุกเช้าวันใหม่ที่สระว่ายน้ำแล็บพูลส่วนตัว หรือจะคลายร้อนในจากุชชี่ ฟิตและเฟิร์มร่างกายได้เต็มที่ในห้องออกกําลังกายโอ่โถง พร้อมพื้นที่สีเขียวที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ให้คุณใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ บนทําเลศักยภาพที่เชื่อมต่อทุกชีวิตเข้ากับศูนย์กลางธุรกิจและท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว

  4. บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด โดยเกิดจากการผสานมือกันระหว่าง บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จํากัด (มหาชน) กับบริษัท สหพัฒนพิบูล จํากัด (มหาชน) และบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมายาวนาน ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปัจจุบันกําลังพัฒนาเสร็จไปแล้ว 3 โครงการตั้งอยู่ที่ กม.209 อําเภอชะอําได้แก่ โครงการบ้านทิวทะเล อความารีน (Aqua Marine) เป็นบีชฟร้อนท์คอนโดมิเนียมสไตล์วิลล่า มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ครบครันด้วยสิ่งอํานวยความสะดวก เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าระดับบีบวกถึงเอ บนพื้นที่ 13 ไร่ ติดริมทะเล หน้ากว้าง 57 เมตร ขับรถจากตัวเมืองหัวหินเพียง 10 นาที อาคารเรียงตัวแบบเล่นระดับวางเอียงรับกับหน้าหาดเพื่อเปิดรับทิวทัศน์ของชายหาดได้อย่างเต็มที่ ประกอบด้วยอาคาร Low Rise 4 ชั้น 4 อาคาร และ 15 ชั้น 1 อาคาร ด้วยห้องพักแบบ 1-3 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 44-193 ตารางเมตร รวมจํานวนทั้งสิ้น 270 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 3.1-35 ล้านบาท เอกลักษณ์อันโดดเด่นของทุกยูนิต คือโอบล้อมไปด้วยความเขียวขจีแห่งภูมิทัศน์โดยรอบ และเปิดกว้างรับทัศนียภาพของท้องทะเลด้วยพื้นที่ใช้สอยลงตัวครบครันตามแนวคิด Natural Contemporary ออกแบบโดยบริษัท ฮาบิต้า ที่มีชื่อเสียง โครงการบ้านทิวทะเลนี้สร้างเสร็จแล้วในปี 2557 การันตีรางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล จาก International Property Awards ด้วย 2 คือ Best Condominium และ Best Leisure Development of Thailand สําหรับโครงการนี้ได้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าแล้วตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2557 ซึ่งปัจจุบันได้ขายและโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว 100% โครงการที่ 2 ได้แก่ โครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ (Blue Sapphire) บนพื้นที่ 15 ไร่ ริมชายหาดประกอบด้วยสามอาคาร เป็นอาคารสูง 4 ชั้น สองอาคาร และอาคารสูง 15 ชั้น 1 ด้วยห้องพักแบบ 1-3 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 36-159 ตารางเมตร รวมจํานวนทั้งสิ้น 421 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 2.9-21 ล้านบาท ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างสวยงามในสไตล์ Aqua Contemporary โดย Habita Architect บริษัทสถาปนิกอันเลื่องชื่อ ด้วยแรงบันดาลใจจากสายน้ำ บ้านทิวทะเลจึงแวดล้อมด้วยภูมิทัศน์อันร่มรื่นของสวนและพรรณไม้ที่เขียวชอุ่ม สลับกับสระบัวอันงดงามและสระว่ายน้ำรูปทรงอิสระ พร้อมเปิดมุมมองให้ผู้อาศัยได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพของเกลียวคลื่น สร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติแวดล้อมอันสงบงาม แล้วเสร็จในปี 2558 ปัจจุบันมียอดขายและโอนแล้วกว่า 90% และโครงการที่ 3 ได้แก่ โครงการ BLU เป็นคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยต่อจากสองโครงการคุณภาพ บ้านทิวทะเล Aqua Marin และ Blue Sapphire คอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดของประเทศไทยซึ่งได้รับรางวัลสองปีซ้อนจาก The International Property Awards ของบริษัท ร่วมอิสสระ จํากัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ริมชายหาดชะอําที่สวยงามและเป็นส่วนตัว โดดเด่นด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ภายใต้แนวคิดของชีวิตชายหาดท่ามกลางกลุ่มเกาะปะการัง (Atoll) เฉกเช่น มัลดีฟส์ เพื่อสร้างบรรยากาศของทะเลเขตร้อนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าหลงไหล เพียงก้าวแรกที่เข้ามาใน BLU คุณจะได้สัมผัสกับความเรียบหรูมีสไตล์ของสถาปัตยกรรมทางเข้าด้านหน้าด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ ทอดตัวจากทางเข้าสู่ล็อบบี้ที่มองเห็นสระในมุมว่ายน้ำสวยกว้าง โอบล้อมตัวอาคารที่พักที่เน้นความร่มรื่นเพื่อวันพักผ่อนอย่างแท้จริง บนพื้นที่ 7 ไร่ ริมชายหาดด้วยอาคารสูง 21 ชั้น ห้องพักแบบ 1-2 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 30 – 60 ตารางเมตร ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย เริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท ปัจจุบันได้ก่อสร้างเสร็จและทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าแล้วตั้งแต่ปลายปี 2559 สําหรับโครงการที่ 4 ได้แก่ บาบาบีช วิลล่า หัวหิน โครงการบ้านพักตากอากาศในระดับ Luxury ริมทะเลหัวหิน-ชะอํา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ทิวทะเล เอสเตท (Thew Talay Estate) ที่อยู่อาศัยรูปแบบ Pool Villa บาบาบีช วิลล่า หัวหิน มีจุดเด่นทั้งทําเลที่ตั้งและการออกแบบที่แตกต่างจากบ้านพักตากอากาศทั่วไป เน้นความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายในการพักผ่อนอย่างแท้จริงแก่ผู้อยู่อาศัย รูปแบบบ้าน Neo Colonial style โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์หน้าตาและการออกแบบพื้นที่ใช้สอย ประกอบกับพื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็ม อีกทั้งยังมี Rental Program สามารถให้ผลการตอบแทนในการลงทุนได้ บริหารและดูแลโดยโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ซึ่งมีประสบการณ์ในการ บริหารจัดการด้านโรงแรมมากกว่า 10 ปีและเป็นที่ยอมรับ การันตีโดยรางวัลระดับโลกมากมาย บาบาบีช วิลล่า หัวหิน มีลักษณะเป็น บ้านเดี่ยว 2 ชั้นมีสระว่ายน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 279- 525 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 111-197 ตร.วา จํานวน 11 หลัง ในราคาเริ่มต้น 42.9-80 ล้านบาท โครงการแล้วเสร็จ ในปี 2561 ขายและโอนกรรมสิทธิ์ 100% จากการตอบรับเป็น อย่างดี Baba Beach Club Residence Hua Hin Phase 1 จึงได้ทําการเปิดตัว Phase 2 จํานวน 7 ยูนิต โดยมีพื้นที่ใช้สอยขนาด 167.5 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 63-66 ตร.วา ซึ่งยังคงความเป็น Baba Beach Club Residence Hua Hin ที่ออกแบบเน้นความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัยเข้ากับบรรยากาศการพักผ่อนอย่างลงตัว การก่อสร้างแล้วเสร็จ ปี 2564

  5. บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จํากัด ถือหุ้นโดยบริษัท ชาญอิสสระเรสซิเดนซ์ จํากัด ประกอบธุรกิจบริหารโรงแรมมาตั้งแต่ปี 2556 โดยได้เช่าโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 และ โรงแรมบาบาบีช คลับ หัวหิน จากทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา มาบริหารเป็นโรงแรมระดับลักชัวรี่ และต่อมาได้บริหารโรงแรม บาบาบีช คลับ นาใต้ พังงา รวมทั้งโรงแรม บาบาบีชคลับ หัวหิน ส่วนต่อขยายที่เรียกว่า Habita seaview และโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ส่วนต่อขยายที่เรียกว่า Yaya Convention ซึ่ง 2 โรงแรมหลังนี้มีส่วนที่เป็น Convention hall และห้องประชุม เพื่อรองรับการจัดงาน การสัมมนา และอีเว้นท์ต่างๆ รายละเอียด ห้องพักและมูลค่าโรงแรมดังนี้

    โรงแรม

    มูลค่า

    จำนวนห้องพัก Villa Management
    Sri panwa ส่วนที่ 1 2,000 ล้านบาท 45 ห้องพัก (กรณีรวม Villa Mgt 65 ห้องพัก)
    Sri panwa ส่วนที่ 2 1,300 ล้านบาท 31 ห้องพักแบบ Pool Suite
    Baba Beach Club หัวหิน 550 ล้านบาท 18 ห้องพัก (กรณีรวม Villa Mgt 35 ห้องพัก)
    Baba Beach Club นาใต้ 500 ล้านบาท 16 ห้องพัก (กรณีรวม Villa Mgt 36 ห้องพัก)
    Baba Beach Club หัวหิน ส่วน Habita Seaview 1,200 ล้านบาท 47 ห้องพักแบบ Seaview และห้องจัดเลี้ยง
    Sri panwa ภูเก็ต ส่วน Yaya and Convention 1,000 ล้านบาท 24 ห้องพักแบบ Pool Suite และห้องจัดเลี้ยง

  6. บริษัท ร่วมอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จํากัด ซึ่งเกิดจากการผสานมือกันระหว่าง บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จํากัด (มหาชน) กับบริษัท สหพัฒนพิบูล จํากัด (มหาชน) และบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นที่รู้จักกัน อย่างกว้างขวางมายาวนาน โดยมีวัตถุประสงค์จะร่วมกัน ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม โดยนําที่ดินติดชายหาดมาพัฒนาเป็นโรงแรมและวิลล่าในนาม บาบา บีชคลับ โฮเทล หัวหิน ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเปิดดําเนินการแล้วเมื่อไตรมาส 4 ของปี 2560 เมื่อปลายปี 2561 บริษัทได้ขายโรงแรมในส่วน Beach Front Pool Suit 18 keys เข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา โดย บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จํากัด เป็นผู้ดําเนินการเช่ากลับมาบริหารจัดการโรงแรมต่อไป สําหรับอาคารโรงแรมโซนใหม่ ซึ่งจะมีห้องพักอีกกว่า 47 ห้อง พร้อมห้อง Convention ห้องประชุม Kid Club, Cool Spa, Fitness สร้างแล้วเสร็จ ตั้งแต่ปลายปี 2564 ในนาม Habita Seaview ได้ให้ศรีพันวาบริหารโรงแรม

  7. บริษัท อิสสระ จุนฟา จํากัด เป็นการร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จํากัด (มหาชน) กับบริษัท จุนฟา เรียลเอสเตท จํากัด บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนําจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะร่วมกันพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และโรงแรม ภายใต้ชื่อ BABA BEACH CLUB NATAI ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหาดนาใต้ ตําบลโคกกลอย อําเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา บนเนื้อที่ 42 ไร่ ติด ชายหาดที่มีคุณภาพของทรายและน้ำทะเลที่สมบูรณ์ หน้ากว้างถึง 200 เมตร โอบล้อมด้วยสวนมะพร้าว และต้นไม้พื้นถิ่นที่ร่มรื่น โครงการ BABA BEACH CLUB NATAI จะประกอบด้วย BEACH FRONT VILLA ที่เป็นบ้านพักตาก อากาศ 5 ห้องนอน ติดชายหาดริมทะเล จํานวน 6 หลัง โดยมีส่วนที่จะเปิดให้บริการเป็นโรงแรมซึ่งประกอบด้วย BEACH CLUB, ห้องพักริมชายหาด และห้องพักแบบ POOL VILLA, POOL SUITE ที่โอบล้อมด้วยสวน ธรรมชาติ และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ปัจจุบันก่อสร้างส่วนโรงแรมแล้วเสร็จ เริ่มเปิดบริการให้แก่ลูกค้าแล้วตั้งแต่ปลายปี 2560 และก่อสร้าง Beach Front Villa แล้วเสร็จ 6 หลัง และ Pool Villa แล้วเสร็จ 16 หลัง เมื่อปี 2562 โครงการนี้มีการจัดงาน Circoloco ซึ่ง เป็นงานระดับโลกมาแล้ว 2 ครั้ง

  8. บริษัท ชาญอิสสระ รีท แมเนจเมนท์ จํากัด ประกอบ ธุรกิจเป็นผู้บริหารกองทรัสต์ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารทรัสต์เพื่อ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา มูลค่ากว่า 4,100 ล้านบาท ทรัพย์สินที่ลงทุนประกอบไปด้วย โรงแรม ศรีพันวา ภูเก็ต และโรงแรม Baba Beach Club หัวหิน

  9. บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีสอร์ท ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปัจจุบัน มีที่ดินรอการพัฒนา 923 ไร่ อยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ดินบางส่วนได้ขายไปให้กลุ่มบริษัท คิงพาวเวอร์ ประมาณ 400 ไร่ ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเป็นสนามโปโล ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนั้นยัง พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย และสนามกอล์ฟ เป็นต้น

  10. บริษัท อิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ ปี 2566 ชาญอิสสระได้ซื้อที่ดินบริเวณกรุงเทพฯกรีฑา-พระราม 9-วงแหวน ขนาดเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ เพื่อมาพัฒนาโครงการบ้านพักอาศัย จึงจัดั้งบริษัท อิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด มาเพื่อทำโครงการนี้คาดว่าจะมีการเปิดตัวโครงการในกลางปี 2567

โครงสร้างกลุ่มบริษัท ณ 31 ธันวาคม 2567



โครงสร้างรายได้ของบริษัทสามารถจำแนกได้ดังนี้

(หน่วย : ล้านบาท)

ประเภทรายได้ 2567 2566 2565
รายได้ % รายได้ % รายได้ %
รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,705.16 57.98 794.19 35.29 1,150.40 52.88
รายได้ค่าเช่าและบริการ 82.62 2.81 81.07 3.60 65.01 2.99
รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม 924.60 31.44 947.43 42.09 672.34 30.9
รายได้จากการขายสินค้า 66.77 2.27 65.47 2.91 67.85 3.12
รายได้ค่าธรรมเนียมบริหารงาน 42.95 1.46 38.20 1.70 31.28 1.44
รายได้อื่นๆ 118.66 4.04 324.40 14.41 188.62 8.67
รวมรายได้ทั้งสิ้น 2,940.76 100.00 2,250.76 100.00 2,175.50 100.00

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ

บริษัท ยังคงเน้นการรักษาระดับคุณภาพของบ้านจัดสรร บ้านพักตากอากาส คอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัย โรงแรมระดับ 6 ดาว อาคารสำนักงาน และคุณภาพของการบริการ ซึ่งบริษัทถือว่าเป็นปัจจัยในความสำเร็จของบริษัทที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนาธุรกิจในโครงการบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียมเพื่อการอาศัย บ้านพักตากอากาศ และกิจการโรงแรมต่อไป เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นความต้องการของอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะที่พักอาศัยมีแนวโน้มเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการทำโครงการที่พักอาศัยจะสามารถทำได้ทั้งแนวราบและแนวสูง ระดับราคาขายเป็นราคาที่สามารถทำกำไรได้ แต่สำหรับอาคารสำนักงาน อัตราค่าเช่ายังไม่สอดคล้องกับต้นทุนในการทำอาคารใหม่ๆ ในปัจจุบัน บริษัทจึงมิได้ขยายธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า แต่มาขยายธุรกิจด้านที่พักอาศัยแทน บริษัทจึงมีเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ในเมืองตากอากาศที่สำคัญ เช่น หัวหิน ชะอำ เชียงใหม่ หรือภูเก็ต และพื้นที่ในเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการคมนาคมสะดวก ใจกลางเมือง และมีขนาดไม่ใหญ่มาก โดยเน้นกลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่มีรายได้ปานกลางถึงสูงและมีการดำเนินชีวิต (Lifestyle) เฉพาะตัว