ธุรกิจของบริษัท

บริษัท มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบไปด้วย บ้านและที่ดินจัดสรร และห้องชุดในคอนโดมิเนียม โดยปกติจะมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 70-80% รายได้จากการให้เช่าและค่าบริการในอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าโครงการชาญอิสสระทาวเวอร์ และอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าโครงการชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 ซึ่งมีรายได้ประมาณ 3-5% รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม ประมาณ 20-25 % ส่วนที่เหลืออีกประมาณร้อยละ 5 เป็นรายได้อื่น เช่นรายได้ค่าบริการและสาธารณูปโภคจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ รายได้ค่าธรรมเนียมบริหารงาน ดอกเบี้ยรับ และรายได้อื่นๆ

  1. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย

    ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาโครงการแล้วเสร็จซึ่งอยู่ในระหว่างการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าและรอจำหน่ายบางส่วน จำนวน 7 โครงการ และอยู่ระหว่างพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และโรงแรม 9 โครงการรวมทั้งหมด 16 โครงการด้วยกัน

    โครงการที่สร้างเสร็จแล้วประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ และ ทาวน์โฮม 1 โครงการ



    •   1.1 โครงการ The Issara Ladprao เป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ บนเนื้อที่เกือบ 5 ไร่ บนถนนลาดพร้าว ระหว่าง ซอยลาดพร้าว 12 และ ลาดพร้าว 14 คอนโดมิเนียม สูง 47 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 561 ยูนิต ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าวเพียง 300 เมตร มูลค่าโครงการประมาณ 2,700 ล้านบาท บริษัทได้ดำเนินการเปิดตัวโครงการและเริ่มขายในไตรมาสที่สามของปี 2550 โดยมียอดขายโครงการแล้วกว่าร้อยละ 98 และคงเหลือสต๊อกอยู่เพียง 4 ยูนิต คาดว่าจะสามารถปิดโครงการได้ในปี 2560

      โครงการนี้ดำเนินการโดย บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

           
        1.2 โครงการ อิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ แบรนด์น้องใหม่ของกลุ่มชาญอิสสระ บนถนนสุขสวัสดิ์ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาคารมีความสูง 24 ชั้น บนเนื้อที่ 4 ไร่ พื้นที่ใช้สอยของห้องชุดมีตั้งแต่ 21 ตร.ม. ถึง 55 ตร.ม. ในระดับราคาล้านกว่าบาท แต่มากด้วยคุณภาพของพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ ล็อบบี้ขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำหรู พร้อมสวนลอยฟ้า และ Sky Garden ที่ทำให้ได้สัมผัสอากาศที่สดชื่นบนชั้นสูงสุดของอาคาร พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่เหนือระดับ และระบบคีย์การ์ดที่ควบคุมการเข้าออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้รับการตอบรับอย่างดี ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 80% โครงการนี้ดำเนินการก่อสร้างอาคารโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) โครงการนี้ก่อสร้างเสร็จและทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2558 ที่ผ่านมา

      โครงการนี้ดำเนินการโดย บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

           
        1.3 โครงการอิสสระ วิลเลจ เป็นทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ ให้คุณได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติโอบล้อมด้วยสวนสวย และสระว่ายน้ำ บรรยากาศสงบเงียบ เป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนเพียง 35 ยูนิต รูปแบบอาคารโดดเด่นด้วยการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่ครบครัน และมีความสุขกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก “ อิสสระวิลเลจ” ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม 212 กม. ไม่ไกลจากจากสี่แยกชะอำ และใกล้ชายหาดเพียง 300 เมตร บนที่ดินขนาด 4 ไร่ แวดล้อมด้วยโรงแรม 5 ดาว เช่น โรงแรมวิรันดา สปริงฟิลด์แอดซี โรงแรมรีเจนท์ และห่างจากสนามกอล์ฟปาล์มฮิล เพียง 5 นาที ด้วยมูลค่าโครงการ 160 ล้านบาท พร้อมให้ชาวไทยและชาวต่างชาติมาเป็นเจ้าของแล้ว โดยเริ่มเปิดตัวโครงการไปเมื่อเดือน ธันวาคม 53 ปัจจุบันคงเหลือบ้านที่จะขายเพียง 5 ยูนิต

      โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

           
       

      1.4 โครงการบ้านทิวทะเล เฟส 1 (Aqua Marine) เป็นคอนโดมิเนียม สุดหรูติดริมทะเล บนชายหาดขาวสะอาดอันมีชื่อเสียงของชะอำ – หัวหิน เป็นการรวมกำลังกันของสองบริษัทอันมีชื่อเสียง บริษัท ชาญอิสสระ ผู้พัฒนาที่ดินอันมีประสบการณ์ยาวนาน และ บริษัท สหกรุ๊ป ซึ่งมีชื่อเสียงโดดเด่นในการรังสรรค์ไลฟ์สไตล์ เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและสร้างฝันให้เป็นจริง ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าระดับบีบวก ถึง เอ บนพื้นที่ 13 ไร่ ติดริมทะเล หน้ากว้าง 57 เมตร ห่างจากตัวเมืองหัวหินเพียง 10 นาที อาคารเรียงตัวแบบเล่นระดับวางเอียงรับกับหน้าหาดเพื่อเปิดรับทิวทัศน์ของชายหาดได้อย่างเต็มที่ ตึกแบ่งออกเป็น Low Rise 4 ชั้นติดชายหาด 4 อาคาร ถัดเข้าไปเป็นอาคาร 15 ชั้น 1 อาคาร ประกอบด้วย ห้องพักแบบ 1 - 3 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 44 - 193 ตารางเมตร รวมจำนวนทั้งสิ้น 270 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 2.9 – 40 ล้านบาท เอกลักษณ์อันโดดเด่นของทุกยูนิต คือโอบล้อมไปด้วยความเขียวขจีแห่งภูมิทัศน์โดยรอบ และเปิดกว้างรับทัศนียภาพของท้องทะเลด้วยพื้นที่ใช้สอยลงตัวครบครันตามแนวคิด Natural Contemporary ซึ่งออกแบบโดยบริษัท ฮาบิต้า ที่มีชื่อเสียง โครงการบ้านทิวทะเลนี้มีมูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 90% ทางโครงการได้ทยอยส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าแล้วเมื่อไตรมาสที่ 4 ของปี 2557 ปัจจุบันเหลือจำหน่ายอยู่เพียงร้อยละ 10 การันตีรางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล จาก International Property Awards ด้วย 2 รางวัล คือ Best Condominium และ Best Leisure Development of Thailand

      โครงการนี้ดำเนินการโดย บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

           
       

      1.5 บ้านทิวทะเล เฟส 2 (Blue Sapphire) เป็นคอนโดมิเนียมอันหรูหรา มีสไตล์ ริมชายหาดรูปแบบใหม่ โดยเส้นสายทุกรายละเอียดของการออกแบบและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้รับการสร้างสรรค์อย่างประณีต พิถีพิถันอย่างลงตัว บ้านทิวทะเล 2 คือส่วนผสานที่สมบูรณ์ของการจัดสรรพื้นที่และประโยชน์ใช้สอย เพื่อเติมเต็มความสุขของครอบครัวการเป็นเจ้าของที่พักอาศัยสุดหรูริมชายหาดซึ่งจะให้คำตอบต่อการใช้ชีวิตที่มีความหมายอย่างลงตัว

      บ้านทิวทะเล 2 มีเนื้อที่ทั้งหมด 15 ไร่ ประกอบด้วยอาคารสูง 4 ชั้น 2 อาคาร อาคารสูง 15 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 421 ยูนิต ด้วยห้องที่ถูกตกแต่งแนว Nautical Natural เฉดสีคราม สีฟ้าน้ำทะเล และสีน้ำตาลอ่อน มีแบบห้องให้เลือก 1 - 3 ห้องนอน ขนาด 35 - 151 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.4 ล้านบาท อาณาเขตโดยรอบและอาคารที่พักโดดเด่นด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมด้วยแนวคิด Aquatic Contemporary ออกแบบโดย ฮาบิต้า บริษัทสถาปนิกชั้นนำ รายละเอียดการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากสายน้ำ สะท้อนให้เห็นได้จากภูมิทัศน์ อันงดงามของสระบัวสลับกับสระว่ายน้ำรูปทรงอิสสระ ในขณะที่สวนสวยเขียวชอุ่มเต็มไปด้วยต้นไม้เพิ่มบรรยากาศให้สดชื่น หมุนชีวิตกลับสู่ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น มูลค่าโครงการประมาณ 1.800 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 60% โครงการฯ แล้วเสร็จในปลายปี 2558 และได้ทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้าแล้ว โครงการนี้ดำเนินการโดย บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

           
          1.6 โครงการ BLU เป็นคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยต่อจากสองโครงการคุณภาพ บ้านทิวทะเล Aqua Marin และ Blue Sapphire คอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดของประเทศไทย ซึ่งได้รับรางวัลสองปีซ้อนจาก The International Property Awards ของบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ริมชายหาดชะอำที่สวยงามและเป็นส่วนตัว โดดเด่นด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ภายใต้แนวคิดของชีวิตชายหาดท่ามกลางกลุ่มเกาะปะการัง (Atoll) เฉกเช่น มัลดีฟส์ เพื่อสร้างบรรยากาศของทะเลเขตร้อนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าหลงไหล เพียงก้าวแรกที่เข้ามาใน BLU คุณจะได้สัมผัสกับความเรียบหรูมีสไตล์ของสถาปัตยกรรมทางเข้าด้านหน้าด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ ทอดตัวจากทางเข้าสู่ล็อบบี้ที่มองเห็นสระในมุมว่ายน้ำสวยกว้าง โอบล้อมตัวอาคารที่พักที่เน้นความร่มรื่นเพื่อวันพักผ่อนอย่างแท้จริง บนพื้นที่ 7 ไร่ ริมชายหาดด้วยอาคารสูง 21 ชั้น ห้องพักแบบ 1 – 2 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 30 - 60 ตารางเมตร ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย เริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ธันวาคม 2559 ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 40 และอยู่ระหว่างการโอนกรรมสิทธิ์ ให้กับลูกค้า

      โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

           
          1.7 โครงการ “อิสสระ คอลเล็คชั่น สาทร” คอนโดมิเนียมพักอาศัยสูง 7 ชั้น อันหรูหรา เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติระดับพรีเมี่ยม บนทำเลทองของถนนสาทร อันแสนสะดวกสบายที่เหนือความคาดหมายของคุณ ผลงานชิ้นเอกอีกหนึ่งโครงการของ ชาญอิสสระกรุ๊ป เจ้าของรางวัลผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองตากอากาศ ชั้นแนวหน้าของประเทศ ด้วยจำนวนเพียง 33 ยูนิต ซึ่งประกอบด้วยแบบ 2-3 ห้องนอน และแบบดูเพล็ค 3 ห้องนอน อิสสระ คอลเล็คชั่น สาทร ยังเหมาะเป็นบ้านสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริงด้วยพื้นที่อันกว้างขวางของห้องครัว ทั้งแบบตะวันตก และครัวไทยในบางยูนิต ระยะห่างจากฝ้า และพื้นที่สูงกว่ามาตรฐานรวมทั้งพื้นที่ใช้สอยที่มากเกินกว่า 100 ตารางเมตรของแต่ละยูนิต สร้างความรู้สึกที่เป็นบ้านให้แก่ผู้อยู่อาศัย เพื่อความเป็นส่วนตัว เติมเต็มไลฟ์สไตล์อันหรูหรา บางยูนิตมีลิฟต์ส่วนตัว และตกแต่งอย่างงดงามด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำแบบกัน โครงการนี้มีมูลค่าประมาณ 800 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 30 และก่อสร้างเสร็จในเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา และจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์ใก้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ของปี 2560

      โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

      สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และโรงแรม 9 โครงการ ประกอบไปด้วย บ้านเดี่ยวในเมือง 2 โครงการ บ้านพักตากอากาศ 4 โครงการ คอนโดมิเนียม 1 โครงการ และโรงแรม 2 โครงการ ดังนี้

           
         

      1.8 อิสสระเรสซิเดนซ์พระราม 9 The New Symphony of Freedom อิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9 บนถนนซอยพระรามเก้า 13 ใจกลางเมืองใกล้ทางขึ้นลงทางด่วนและสถานีรถไฟ MRT สายสีส้ม (อนาคต) ที่ให้ความสะดวกสบายในทุกจังหวะของชีวิต บ้านดีไซน์โดยผู้ออกแบบชั้นนำ ออกแบบให้บ้าน 3 ชั้น ล้อมกับธรรมชาติในสไตล์ Modern Tropical เปิดประสบการณ์ชีวิตอย่างอิสระแบบซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ด้วยพื้นที่ใช้สอยมากถึง 834 ตารางเมตร ที่จอดรถสูงสุดถึง 8 คัน พร้อมลิฟท์ และสระว่ายน้ำ ที่เพิ่มความหรูหราสะดวกสบาย ด้วยราคาเริ่มต้น 80 ล้านบาท มีเพียง 20 หลัง มูลค่าโครงการ 1,820 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 30 คาดว่าจะสามารถทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2561

      โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

           
       

      1.9 โครงการบ้านสีตวัน ตั้งอยู่ที่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นโครงการบ้านพักตากอากาศท่ามกลางธรรมชาติ บนเนื้อที่โครงการ 27 ไร่ มีแบบบ้านทั้ง 2 และ 3 ห้องนอนที่ออกแบบโดย บริษัทสถาปนิก “Habita” ผสมผสานนวัตกรรมการก่อสร้างจาก SCG Heim ประเทศญี่ปุ่น ก่อเกิดบ้านที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรง เพิ่มความปลอดภัยของชีวิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยเสริมสุขภาพด้วยระบบหมุนเวียนอากาศภายในบ้านที่ทำให้อากาศสะอาด ปลอดฝุ่น นอกจากนี้ยังประหยัดพลังงาน (Energy Saving) ด้วยฉนวนกันความร้อนที่ติดตั้งทั้งในผนังบ้านและใต้หลังคา พร้อมดาดฟ้า (Moon Terrace) กว้าง เพื่องานเลี้ยงสังสรรค์หรือนั่งชมจันทร์ในยามค่ำคืน มีบ้านทั้งหมด 52 แปลง มูลค่าโครงการรวมประมาณ 800 ล้านบาท

      บ้านสีตวัน เป็นโครงการซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างและทยอยโอนกรรมสิทธ์ให้กับลูกค้าได้แล้วประมาณร้อยละ 30

           
         

      1.10 บ้านอิสสระ บางนา ติดถนนใหญ่ใกล้เมกะบางนา บนเนื้อที่ 24 ไร่บ้านเดี่ยว 2 และ 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 332.5 ถึง 697 ตร.ม.ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติเขียวขจี ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยผู้ออกแบบชั้นนำ ด้วยฟังก์ชั่นใช้สอยที่ครบครัน พร้อมคลับเฮาส์ที่โอ่โถง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ฟิตเนสที่ทันสมัย พร้อมโซน Amphitheater ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ของแต่ละครอบครัว และลู่วิ่งรอบหมู่บ้าน สวนที่ร่มรื่นช่วยให้เวลาแห่งการพักผ่อนเปี่ยมล้นด้วยความสุข ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท ประกอบไปด้วยบ้านเดี่ยว จำนวน 43 หลัง มูลค่าโครงการประมาณ 2,600 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างบ้านตัวอย่างให้ลูกค้าเข้าชมได้ช่วงปลายปี 2560

      โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

           
         

      1.11 บาบาบีช คลับ หัวหิน (BABA BEACH CLUB HUAHIN) เป็นโครงการบ้านพักตากอากาศในระดับ Luxury ริมทะเลหัวหิน-ชะอำ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ทิวทะเล เอสเตท (Thew Talay Estate) ที่อยู่อาศัยรูปแบบ Pool Villa ใหม่ล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาแบบและก่อสร้างโดย บริษัทร่วมอิสสระ จำกัด หนึ่งในบริษัทย่อย ของบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย

      บาบาบีช คลับ หัวหิน มีจุดเด่นทั้งทำเลที่ตั้งและการออกแบบที่แตกต่างจากบ้านพักตากอากาศทั่วไป เน้นความเป็นส่วนตัว และความสะดวกสบายในการพักผ่อนอย่างแท้จริงแก่ผู้อยู่อาศัย รูปแบบบ้าน Neo Colonial style โดดเด่นทั้งรูปลักษ์หน้าตาและการออกแบบพื้นที่ใช้สอยประกอบกับพื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็ม อีกทั้งยังมี Rental Program สามารถให้ผลการตอบแทนในการลงทุนได้ บริหารและดูแลโดยโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการด้านโรงแรมมากกว่า 10 ปีและเป็นที่ยอมรับ การันตีโดยรางวัลระดับโลกมากมาย

      บาบาบีช คลับ หัวหิน มีลักษณะเป็น บ้านเดี่ยว 2 ชั้นมีสระว่ายน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 279 – 525 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 111 – 197 ตร.วา ในราคาเริ่มต้น 42.9 – 80 ล้านบาทคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2560 โครงการประกอบไปด้วยบ้านพักประเภทวิลล่า จำนวน 7 หลังมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 60 คาดว่าจะทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในปี 2561

           
          1.12 โครงการ ศรีพันวา ซึ่งเป็นโครงการซึ่งประกอบไปด้วยบ้านพักตากอากาศ และโรงแรม มูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท บนเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ ตั้งอยู่ที่แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยวิวทะเลและเกาะน้อยใหญ่โดยรอบ กลุ่มลูกค้าของโครงการศรีพันวา คือ ชาวต่างชาติ และชาวไทยที่นิยมการใช้ชีวิตในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก ในปี 2556 บริษัทฯ ได้ขายส่วนของโรงแรมศรีพันวา ซึ่งประกอบไปด้วยที่ดินประมาณ 21 ไร่ 2 งาน 55 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องพัก Pool Villa , Family Suite และ Luxury Villa จำนวน 38 ยูนิต และห้องพักแบบ Service Apartment จำนวน 7 ยูนิต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงแรมศรีพันวา ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา โดยบริษัทถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมประมาณ ร้อยละ 30 และเช่าโรงแรมศรีพันวากลับมาบริหารเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีค่าเช่าคงที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา ได้แปลงสภาพเป็นกองทรัสต์ ในชื่อ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา เมื่อเดือน ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังดำเนินการก่อสร้างโรงแรมซึ่งมีห้องพักแบบ POOL SUITE เพิ่มเติมอีกจำนวน 30 ห้อง และขายเข้า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา ในเดือน ธันวาคม 2559 เช่นกัน พร้อมบ้านพักตากอากศ X 29 มูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาท สำหรับโครงการบ้านพักอาศัยในเฟสที่ 4 จำนวน 6 หลัง ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างก่อสร้างแล้วเสร็จ 1 หลัง มูลค่ากว่า 340 ล้านบาท โดยจำหน่ายไปแล้ว คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าได้ ในปี 2561

           
         

      1.13 โครงการ “ดิ อิสสระ เชียงใหม่” ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นคอนโดมิเนียมหรูประกอบด้วยอาคาร 7 ชั้น 4 อาคาร จำนวนห้องทั้งหมด 448 ยูนิต โดยแต่ละยูนิต ได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาดเพื่อการใช้สอยพื้นที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ เพื่อขยายขีดความสุขของทุกคนในครอบครัว โดยสามารถเลือกความสุขในแบบ 1 -2 ห้องนอน ขนาด 35 - 70 ตร.ม.ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ห้องโถงขนาดใหญ่ ห้องสมุด จากุชชี่ สระน้ำว่ายฟรีฟอร์ม ห้องออกกำลังกาย ลู่วิ่ง ที่จอดรถยนต์ และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โครงการนี้มีมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท ปัจจุบันอญู่ระหว่างการก่อสร้างในเฟสที่ 1 จำนวน 265 ยูนิต มูลค่าประมาณ 660 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จ และส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในปลายปี 2560

      โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

           
         

      1.14 โรงแรมบาบาบีช คลับ หัวหิน(BABA BEACH CLUB HUAHIN) เป็นโครงการโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับ บ้านพักตากอากาศในระดับ Luxury ริมทะเลหัวหิน-ชะอำ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ทิวทะเล เอสเตท (Thew Talay Estate) ที่อยู่อาศัยรูปแบบ Pool Villa และ Pool Suit มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างในส่วนหน้าหาด ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในปลายปี 2560 และเริ่มเปิดดำเนินการได้ ส่วนของโรงแรมโซนด้านหลังจะทยอยก่อกร้างในภายหลังจากส่วนแรกดำเนินการแล้วเสร็จ

      โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท ร่วม อิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย

           
         

      1.15 โครงการ “บาบา บีชคลับ ภูเก็ต” (Baba Beach Club Phuket) ประกอบด้วย 2 โครงการตั้งอยู่บริเวณหาดนาใต้ ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา บนเนื้อที่ 42 ไร่ ติดชายหาดที่เป็นธรรมชาติสวยงาม โอบล้อมด้วยสวนมะพร้าวและต้นไม้ท้องถิ่นที่ร่มรื่น โครงการ “บาบา บีชคลับ ภูเก็ต” จะประกอบด้วย Beach front villa ที่เป็นบ้านพักตากอากาศ 5 ห้องนอน ติดชายหาดริมทะเล จำนวน 6 หลัง ซึ่งปัจจุบันได้เปิดสำนักงานขาย โดยมีห้องตัวอย่างแบบ Pool Suite และ Beach front villa โดยมีส่วนที่จะเปิดให้บริการเป็นโรงแรมซึ่งประกอบด้วย Beach Club ห้องพักริมชายหาด และห้องพักแบบ Pool villa และ Pool suite ที่โอบล้อมด้วยสวนธรรมชาติ และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2559 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี โครงการนี้มีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดจำหน่ายในส่วนของวิลล่าแล้วประมาณร้อยละ 20 และในส่วนของโรงแรมได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วคาดว่าจะแล้วเสร็จและดำเนินการได้ตอนปลายปี 2560

      โครงการนี้ดำเนินการในนาม บริษัท อิสสระ จุนฟา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย


  2. ธุรกิจขาย ให้เช่าระยะยาว และให้เช่าอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า

    ปัจจุบันบริษัทดำเนินการอยู่ คือ ธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า “โครงการชาญอิสสระทาวเวอร์ ถนนพระรามที่สี่ และโครงการชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่” บริษัทบริหารพื้นที่เช่าประมาณ 34,513.29 ตารางเมตร โดยเป็นพื้นที่ของบริษัท 3,825.61 ตารางเมตร และรับจ้างกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก บริหาร 30,687.68 ตารางเมตร ณ สิ้นปี 2559 มีอัตราการเช่าพื้นที่ประมาณ 90% ของพื้นที่ให้เช่าทั้งหมด โดยมีลูกค้าหลักซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำ เช่น Siemens และ Sumsung Life Insurance เป็นต้น

  3. ธุรกิจการประกอบกิจการโรงแรม

    ธุรกิจประกอบกิจการโรงแรม ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2549 บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้เริ่มประกอบกิจการโรงแรม ในโครงการศรีพันวา จังหวัดภูเก็ต เป็นโรงแรมประเภท Boutiique Hotel ในนามโรงแรมศรีพันวา และได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการประกอบกิจการโรงแรมเป็นที่เรียบร้อย โดยใช้ Pool Villa จำนวน 11 หลัง ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน จำนวน 18 ห้อง และก่อสร้างเพิ่มในเฟสที่สาม อีก 23 หลัง ซึ่งแล้วเสร็จ ในปี 2552 เปิดเป็นห้องพักให้กับลูกค้าทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จนเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติในระดับที่น่าพอใจ ต่อมาในปี 2556 บริษัทฯได้ขายส่วนของโรงแรมศรีพันวา ซึ่งประกอบไปด้วยที่ดินประมาณ 21 ไร่ 2 งาน 55 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องพัก Pool Villa , Family Suite และ Luxury Villa จำนวน 38 ยูนิต และห้องพักแบบ Service Apartment จำนวน 7 ยูนิต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงแรมศรีพันวา ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา โดยบริษัทถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมประมาณ ร้อยละ 30 และเช่าโรงแรมศรีพันวากลับมาบริหารเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีค่าเช่าคงที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา ได้แปลงสภาพเป็นกองทรัสต์ ในชื่อ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา เมื่อเดือน ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังดำเนินการก่อสร้างโรงแรมซึ่งมีห้องพักแบบ POOL SUITE เพิ่มเติมอีกจำนวน 30 ห้อง และขายเข้า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา ในเดือน ธันวาคม 2559 เช่นกัน พร้อมบ้านพักตากอากศ X 29 มูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาท

  4. ธุรกิจรับบริหารอาคารสำนักงาน นิติบุคคลอาคารชุด/บ้านจัดสรรและบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์บริษัทได้รับแต่งตั้งจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ และผู้จัดการทรัพย์สินของกองทุนฯ ซึ่งประกอบไปด้วยห้องชุดในอาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ และ อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 รวมพื้นที่ทั้งหมด 30,687.68 ตารางเมตร เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ปัจจุบันบริษัทได้รับจ้างบริหารงานด้านการเงินและการบัญชี รวมทั้งการจัดการโครงการของบริษัท อินเตอร์ เนชั่นแนล รีซอร์ท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด

    สำหรับการบริหารนิติบุคคลอาคารชุดหรือบ้านจัดสรร บริษัทและบริษัทในเครือรับบริหารงานให้กับคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรต่าง ๆ ที่บริษัทและบริษัทในเครือได้ทำการพัฒนาโครงการ อาทิ อิสสระแอ็ทฟอร์ตี้ทู สุขุมวิท, ดิ อิสสระ ลาดพร้าว และคอโดมิเนียมตากอากาศในโครงการ ทิวทะเลเอสเตททั้งหมด เป็นต้น


เงินลงทุนในบริษัทย่อยเเละบริษัทที่เกี่ยวข้อง

บริษัทมีเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้

ชื่อบริษัท ทุนที่เรียกชำระแล้ว (ล้านบาท) จำนวนหุ้นที่ถือครองอยู่ มูลค่าที่ตราไว้ (บาท) สัดส่วนการถือหุ้น (%)
บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนท์ จำกัด 140.00 1,195,000 100 85.364
บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จำกัด 250.00 1,499,996 100 60.000
บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด 100.00 499,996 100 50.000
บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด 80.00 399,996 100 50.000
บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด 30.0 3,000,000 10 85.361
บริษัท อิสสระ จุนฟา จำกัด 420.00 2,940,000 100 70.00
บริษัท ร่วมอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด 157.50 1,799,996 100 50.00
บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีซอร์ท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด 1,757.95 2,810,695 100 15.9889
บริษัท ชาญอิสสระ รีทแมเนจเมนท์ จำกัด 10.00 1,000,000 10 100.00
บริษัท ฮิดะ กริล จำกัด 13.00 47,060 100 36.20
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ บางกอก 1,000.00 33,300,000 10 33.300
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา 3,156.80 27,906,352 11.314 10.000


บริษัทย่อยและบริษัทที่เกี่ยวข้องกันมี 10 บริษัทดังนี้

  1. บริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนท์ จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนา “โครงการศรีพันวา” ซึ่งเป็นโครงการบ้านพักตากอากาศเฟสที่1และ 2 มูลค่า 1,600 ล้านบาท บนเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ และเฟสที่ 3 และ 4 มูลค่ากว่า 1,500 และ 1,400 ล้านบาทตามลำดับ บนเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ตั้งอยู่ที่แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยวิวทะเลและเกาะน้อยใหญ่โดยรอบ กลุ่มลูกค้าของโครงการศรีพันวา คือ ชาวต่างชาติและชาวไทยที่นิยมการใช้ชีวิตในจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก การก่อสร้างปัจจุบัน ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้วในสามเฟส คงเหลือส่วนบ้านพักอาศัยจำนวน 7 หลังซึ่งสร้างเสร็จแล้วจำนวน 2 หลัง ขายแล้ว 2 หลัง คงเหลือยังไม่ได้ก่อสร้างอีก 5 หลัง ในปี 2556 บริษัทฯได้ขายส่วนของโรงแรมศรีพันวา ซึ่งประกอบไปด้วยที่ดินประมาณ 21 ไร่ 2 งาน 55 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องพัก Pool Villa , Family Suite และ Luxury Villa จำนวน 38 ยูนิต และห้องพักแบบ Service Apartment จำนวน 7 ยูนิต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงแรมศรีพันวา ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา (SPWPF) โดยบริษัทถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมประมาณ ร้อยละ 30 และเช่าโรงแรมศรีพันวากลับมาบริหารเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีค่าเช่าคงที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ และในปี 2557 บริษัทได้ดำเนินการก่อสร้างโรงแรมเฟสใหม่ โดยจะพัฒนาเป็นห้องพักแบบ POOL SUITE เพิ่มเติมอีกประมาณ 30 ห้อง เพื่อรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาภูเก็ตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี โดยปัจจุบันก่อสร้างเสร็จและดำเนินการแล้วในปลายปี 2558 ปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา ได้แปลงสภาพเป็นกองทรัสต์ ในชื่อ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา เมื่อเดือน ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ โรงแรมในส่วนที่สอง ซึ่งมีห้องพักแบบ POOL SUITE จำนวน 30 ห้องได้ขายเข้า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา ในเดือน ธันวาคม 2559 เช่นกัน พร้อมบ้านพักตากอากศ X 29 มูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาท สำหรับโครงการบ้านพักอาศัยในเฟสที่ 4 จำนวน 6 หลัง ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างก่อสร้างแล้วเสร็จ 1 หลัง มูลค่ากว่า 340 ล้านบาท โดยจำหน่ายไปแล้ว คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าได้ ในปี 2561
  2. บริษัท ซี.ไอ.เอ็น. เอสเตท จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปัจจุบันได้พัฒนาแล้วเสร็จสำหรับ โครงการ The Issara Ladprao เป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ บนเนื้อที่เกือบ 5 ไร่ บนถนนลาดพร้าว ระหว่าง ซอยลาดพร้าว 12 และ ลาดพร้าว 14 คอนโดมิเนียม สูง 47 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 561 ยูนิต ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าวเพียง 300 เมตร มูลค่าโครงการประมาณ 2,500 ล้านบาท และเมื่อต้นปี 2556 ได้มีการเปิดตัวโครงการ อิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ แบรนด์น้องใหม่ของกลุ่มชาญอิสสระ บนถนนสุขสวัสดิ์ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาคารมีความสูง 24 ชั้น บนเนื้อที่ 4 ไร่ พื้นที่ใช้สอยของห้องชุดมีตั้งแต่ 21 ตร.ม. ถึง 55 ตร.ม. ในระดับราคาล้านกว่าบาท แต่มากด้วยคุณภาพของพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ ล็อบบี้ขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำหรู พร้อมสวนลอยฟ้า และ Sky Garden ที่ทำให้ได้สัมผัสอากาศที่สดชื่นบนชั้นสูงสุดของอาคาร พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่เหนือระดับ และระบบคีย์การ์ดที่ควบคุมการเข้าออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้รับการตอบรับอย่างดี ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่าร้อยละ 80 และได้ดำเนินการก่อสร้างโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จและทยอยส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกคาแล้ว ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2558 นอกจากนี้ ในปี 2559 บริษัทได้เปิดตัวโครงการบ้านอิสสระ บางนาติดถนนใหญ่ใกล้เมกะบางนาบนเนื้อที่ 24 ไร่บ้านเดี่ยว 2 และ 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย332.5 ถึง 697 ตร.ม.ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติเขียวขจี ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยผู้ออกแบบชั้นนำ ด้วยฟังก์ชั่นใช้สอยที่ครบครัน พร้อมคลับเฮาส์ที่โอ่โถง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ฟิตเนสที่ทันสมัย พร้อมโซน Amphitheater ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ของแต่ละครอบครัว และลู่วิ่งรอบหมู่บ้าน สวนที่ร่มรื่นช่วยให้เวลาแห่งการพักผ่อนเปี่ยมล้นด้วยความสุข ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างบ้านตัวอย่าง
  3. บริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปัจจุบันกำลังพัฒนาอยู่ 2 โครงการ และเสร็จแล้ว 1 โครงการ คือ โครงการอิสสระ วิลเลจ เป็นทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ ให้คุณได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติโอบล้อมด้วยสวนสวย และสระว่ายน้ำ บรรยากาศสงบเงียบ เป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนเพียง 35 ยูนิต รูปแบบอาคารโดดเด่นด้วยการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่ครบครัน และมีความสุขกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก “ อิสสระวิลเลจ” ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม กม. 212 ไม่ไกลจากสี่แยกชะอำ และใกล้ชายหาดเพียง 300 เมตร บนที่ดินขนาด 4 ไร่ แวดล้อมด้วยโรงแรม 5 ดาว เช่น โรงแรมวิรันดา สปริงฟิลด์แอดซี โรงแรมรีเจนท์ และห่างจากสนามกอล์ฟปาล์มฮิล เพียง 5 นาที ด้วยมูลค่าโครงการ 160 ล้านบาท พร้อมให้ชาวไทยและชาวต่างชาติมาเป็นเจ้าของแล้ว ปัจจุบันคงเหลือเพียง 4 ยูนิตสุดท้าย โครงการที่ 2 ได้แก่โครงการ ดิ อิสสระ เชียงใหม่ เป็นคอนโดมิเนียมหรูประกอบด้วยอาคาร 7 ชั้น 4 อาคาร จำนวนห้องทั้งหมด 570 ยูนิต โดยแต่ละยูนิตได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาดเพื่อการใช้สอยพื้นที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ เพื่อขยายขีดความสุขของทุกคนในครอบครัว โดยสามารถเลือกความสุขในแบบ 1 -2 ห้องนอน ขนาด 35 - 70 ตร.ม.ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ห้องโถงขนาดใหญ่ ห้องสมุด จากุชชี่ สระน้ำว่ายฟรีฟอร์ม ห้องออกกำลังกาย ลู่วิ่ง ที่จอดรถยนต์ และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และโครงการล่าสุดได้แก่ โครงการอิสสระ คอลเล็คชั่น สาทร เป็น คอนโดมิเนียมพักอาศัยสูง 7 ชั้น อันหรูหรา เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติระดับพรีเมี่ยม บนทำเลทองขอ ถนนสาทร อันแสนสะดวกสบายที่เหนือความคาดหมายของคุณ ผลงานชิ้นเอกอีกหนึ่งโครงการของชาญ อิสสระกรุ๊ป เจ้าของรางวัลผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองตากอากาศ ชั้นแนวหน้าของประเทศด้วยจำนวนเพียง 33 ยูนิต ซึ่งประกอบด้วยแบบ 2-3 ห้องนอน และแบบดูเพล็ค 3 ห้องนอน อิสสระ คอลเล็คชั่น สาทร ยังเหมาะเป็นบ้านสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริงด้วยพื้นที่อันกว้างขวางของห้องครัว ทั้งแบบตะวันตก และครัวไทยในบางยูนิต ระยะห่างจากฝ้า และพื้นที่สูงกว่ามาตรฐานรวมทั้งพื้นที่ใช้สอยที่มากเกินกว่า 100 ตารางเมตรของแต่ละยูนิต สร้างความรู้สึกที่เป็นบ้านให้แก่ผู้อยู่อาศัย เพื่อความเป็นส่วนตัว เติมเต็มไลฟ์สไตล์อันหรูหรา บางยูนิตมีลิฟต์ส่วนตัว และตกแต่งอย่างงดงามด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำแบบกัน คาดว่าจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าที่จองซื้อไว้ได้ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2560
  4. บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัดโดยเกิดจากการผสานมือกันระหว่าง บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมายาวนาน ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปัจจุบันกำลังพัฒนาเสร็จไปแล้ว 3 โครงการตั้งอยู่ที่ กม.209 อำเภอชะอำได้แก่ โครงการบ้านทิวทะเล เฟส 1 (Aqua Marine) เป็นบีชฟร้อนท์คอนโดมิเนียมสไตล์วิลล่ามูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าระดับบีบวกถึงเอ บนพื้นที่ 13 ไร่ ติดริมทะเล หน้ากว้าง 57 เมตร ขับรถจากตัวเมืองหัวหินเพียง 10 นาที อาคารเรียงตัวแบบเล่นระดับวางเอียงรับกับหน้าหาดเพื่อเปิดรับทิวทัศน์ของชายหาดได้อย่างเต็มที่ ประกอบด้วยอาคาร Low Rise 4 ชั้น 4 อาคาร และ 15 ชั้น 1 อาคาร ด้วยห้องพักแบบ 1 – 3 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 44-193 ตารางเมตร รวมจำนวนทั้งสิ้น 270 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 2.9 – 40 ล้านบาท เอกลักษณ์อันโดดเด่นของทุกยูนิต คือโอบล้อมไปด้วยความเขียวขจีแห่งภูมิทัศน์โดยรอบ และเปิดกว้างรับทัศนียภาพของท้องทะเลด้วยพื้นที่ใช้สอยลงตัวครบครันตามแนวคิด Natural Contemporary ออกแบบโดยบริษัท ฮาบิต้า ที่มีชื่อเสียง การันตีรางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล จาก International Property Awards ด้วย 2 คือ Best Condominium และ Best Leisure Development of Thailand สำหรับโครงการนี้ได้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าแล้วตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2557 โครงการที่สองได้แก่โครงการบ้านทิวทะเล เฟส 2 (Blue Sapphire) บนพื้นที่ 15 ไร่ ริมชายหาดประกอบด้วยสามอาคาร เป็นอาคารสูง 4 ชั้น สองอาคาร และอาคารสูง 15 ชั้น 1 ด้วยห้องพักแบบ 1 – 3 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 36 - 159 ตารางเมตร รวมจำนวนทั้งสิ้น 421 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 2.9 – 21 ล้านบาท ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างสวยงามในสไตล์ Aqua Contemporary โดย Habita Architect บริษัทสถาปนิกอันเลื่องชื่อ ด้วยแรงบันดาลใจจากสายน้ำ บ้านทิวทะเลจึงแวดล้อมด้วยภูมิทัศน์อันร่มรื่นของสวนและพรรณไม้ที่เขียวชอุ่ม สลับกับสระบัวอันงดงามและสระว่ายน้ำรูปทรงอิสระ พร้อมเปิดมุมมองให้ผู้อาศัยได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพของเกลียวคลื่น สร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติแวดล้อมอันสงบงาม แล้วเสร็จในปี 2558 และโครงการที่สามได้แก่โครงการ BLU เป็นคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยต่อจากสองโครงการคุณภาพ บ้านทิวทะเล Aqua Marin และ Blue Sapphire คอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดของประเทศไทยซึ่งได้รับรางวัลสองปีซ้อนจาก The International Property Awards ของบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ริมชายหาดชะอำที่สวยงามและเป็นส่วนตัว โดดเด่นด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ภายใต้แนวคิดของชีวิตชายหาดท่ามกลางกลุ่มเกาะปะการัง (Atoll) เฉกเช่น มัลดีฟส์ เพื่อสร้างบรรยากาศของทะเลเขตร้อนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าหลงไหล เพียงก้าวแรกที่เข้ามาใน BLU คุณจะได้สัมผัสกับความ เรียบหรูมีสไตล์ของสถาปัตยกรรมทางเข้าด้านหน้าด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ ทอดตัวจากทางเข้าสู่ล็อบบี้ที่มองเห็นสระในมุมว่ายน้ำสวยกว้าง โอบล้อมตัวอาคารที่พักที่เน้นความร่มรื่นเพื่อวันพักผ่อนอย่างแท้จริง บนพื้นที่ 7 ไร่ ริมชายหาดด้วยอาคารสูง 21 ชั้น ห้องพักแบบ 1 – 2 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 30 - 60 ตารางเมตร ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย เริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท ปัจจุบันได้ก่อสร้างเสร็จและทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าแล้วตั้งแต่ปลายปี 2559 สำหรับโครงการที่กำลังพัฒนาได้แก่ บาบาบีช คลับ หัวหิน โครงการบ้านพักตากอากาศในระดับ Luxury ริมทะเลหัวหิน-ชะอำ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ทิวทะเล เอสเตท (Thew Talay Estate) ที่อยู่อาศัยรูปแบบ Pool Villa ใหม่ล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาแบบและก่อสร้างโดย บริษัทร่วมอิสสระ หนึ่งในบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย บาบาบีช คลับ หัวหิน มีจุดเด่นทั้งทำเลที่ตั้งและการออกแบบที่แตกต่างจากบ้านพักตากอากาศทั่วไป เน้นความเป็นส่วนตัว และความสะดวกสบายในการพักผ่อนอย่างแท้จริงแก่ผู้อยู่อาศัย รูปแบบบ้าน Neo Colonial style โดดเด่นทั้งรูปลักษ์หน้าตาและการออกแบบพื้นที่ใช้สอยประกอบกับพื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็ม อีกทั้งยังมี Rental Program สามารถให้ผลการตอบแทนในการลงทุนได้ บริหารและดูแลโดยโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการด้านโรงแรมมากกว่า 10 ปีและเป็นที่ยอมรับ การันตีโดยรางวัลระดับโลกมากมาย บาบาบีช คลับ หัวหิน มีลักษณะเป็น บ้านเดี่ยว 2 ชั้นมีสระว่ายน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 279 – 525 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 111 – 197 ตร.วา ในราคาเริ่มต้น 42.9 – 80 ล้านบาทคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2560
  5. บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด ประกอบธุรกิจบริหารโรงแรม โดยในปี 2556 ได้จัดตั้งบริษัทขึ้นเพื่อเช่าโรงแรมศรีพันวาทั้งในส่วนที่ 1 และ 2 จากทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวามาบริหารเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีค่าเช่าคงที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ บริษัทนี้ถือหุ้นร้อยละ 100 โดยบริษัท ชาญอิสสระ เรสซิเดนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย
  6. บริษัท ร่วมอิสสระ ดีเล็อปเมนท์ จำกัด เช่นเดียวกับ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ซึ่งเกิดจากการผสานมือกันระหว่าง บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมายาวนาน โดยมีวัตถุประสงค์จะร่วมกันประกอบธุรกิจพัฒนาและดำเนินกิจการด้านโรงแรม โดยโครงการแรกจะดำเนินการก่อสร้างโรงแรม บริเวณชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างโรงแรมในส่วนแรกที่ติดชายหาด
  7. บริษัท อิสสระ จุนฟา จำกัด เป็นการร่วมลงทุนระหว่างบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับบริษัท จุนฟา เรียลเอสเตท จำกัด จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะร่วมกันพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และโรงแรม ภายใต้ชื่อ BABA BEACH CLUB PHUKET ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหาดนาใต้ ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา บนเนื้อที่ 42 ไร่ ติดชายหาดที่เป็นธรรมชาติ สวยงาม โอบล้อมด้วยสวนมะพร้าว และต้นไม้พื้นถิ่นที่ร่มรื่น โครงการ BABA BEACH CLUB PHUKET จะประกอบด้วย BEACH FRONT VILLA ที่เป็นบ้านพักตากอากาศ 5 ห้องนอน ติดชายหาดริมทะเล จำนวน 6 หลัง ซึ่งปัจจุบันได้เปิดสำนักงานขาย โดยมีห้องตัวอย่างแบบ POOL SUITE และ BEACH FRONT VILLA โดยมีส่วนที่จะเปิดให้บริการเป็นโรงแรมซึ่งประกอบด้วย BEACH CLUB, ห้องพักริมชายหาด และห้องพักแบบ POOL VILLA, POOL SUITE ที่โอบล้อมด้วยสวนธรรมชาติ และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2559 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี
  8. บริษัท ชาญอิสสระ รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ประกอบธุรกิจเป็นผู้บริหารกองทรัสต์ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวา มูลค่าประมาณ 3,300 ล้านบาท
  9. บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีซอร์ท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปัจจุบันมีที่ดินรอการพัฒนา 923 ไร่ อยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ดินบางส่วนได้ขายไปให้กลุ่มบริษัท คิง พาวเวอร์ ประมาณ 400 ไร่ ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเป็นสนามโปโล ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนั้นยังพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย และสนามกอล์ฟ เป็นต้น
  10. บริษัท ฮิดะ กริล จำกัด ประกอบธุรกิจร้านอาหาร โดยจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ได้ร่วมกับบริษัท ฮอนโมโน เรสเทอรองต์ จำกัด ปัจจุบันประกอบธุรกิจอยู่ในอาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

โครงสร้างกลุ่มบริษัท ณ 31 ธันวาคม 2559



โครงสร้างรายได้ของบริษัทสามารถจำแนกได้ดังนี้

(หน่วย : ล้านบาท)

ประเภทรายได้ 2559 2558 2557 2556
รายได้ % รายได้ % รายได้ % รายได้ %
รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,908.4 61.8 2,040.7 74.4 1091.6 66.4 545.9 29.0
รายได้ค่าเช่าและบริการ 79.7 2.6 77.9 2.8 81.3 5.0 93.3 4.9
รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม 530.6 17.2 465.7 17.0 414.4 25.2 411.7 21.8
กำไรจากการขายโรงแรมศรีพันวา 429.4 13.9 - - - - 767.1 40.7
รายได้ค่าธรรมเนียมบริหารงาน 73.8 2.4 63.2 2.3 5.3 0.3 4.9 0.3
รายได้อื่นๆ 65.5 2.1 96.2 3.5 51.4 3.2 62.4 3.3
รวมรายได้ทั้งสิ้น 3,087.4 100.0 2,743.7 100 1,644.0 100 1,885.4 100.0

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ

บริษัท ยังคงเน้นการรักษาระดับคุณภาพของบ้านจัดสรร บ้านพักตากอากาส คอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัย โรงแรมระดับ 6 ดาว อาคารสำนักงาน และคุณภาพของการบริการ ซึ่งบริษัทถือว่าเป็นปัจจัยในความสำเร็จของบริษัทที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนาธุรกิจในโครงการบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียมเพื่อการอาศัย บ้านพักตากอากาศ และกิจการโรงแรมต่อไป เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นความต้องการของอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะที่พักอาศัยมีแนวโน้มเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการทำโครงการที่พักอาศัยจะสามารถทำได้ทั้งแนวราบและแนวสูง ระดับราคาขายเป็นราคาที่สามารถทำกำไรได้ แต่สำหรับอาคารสำนักงาน อัตราค่าเช่ายังไม่สอดคล้องกับต้นทุนในการทำอาคารใหม่ๆ ในปัจจุบัน บริษัทจึงมิได้ขยายธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า แต่มาขยายธุรกิจด้านที่พักอาศัยแทน บริษัทจึงมีเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ในเมืองตากอากาศที่สำคัญ เช่น หัวหิน ชะอำ เชียงใหม่ หรือภูเก็ต และพื้นที่ในเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการคมนาคมสะดวก ใจกลางเมือง และมีขนาดไม่ใหญ่มาก โดยเน้นกลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่มีรายได้ปานกลางถึงสูงและมีการดำเนินชีวิต (Lifestyle) เฉพาะตัว