สารจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

เป็นที่ทราบกันดีถึงสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาต่างๆ ของประเทศไทยในพ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา รายได้ประชาชาติเติบโตเพียง 2.4% เมื่อเทียบกับ 4.2% ในปี 2561 นับได้ว่าต่ำสุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ประกอบกับหนี้สินครัวเรือนที่สูงอย่างต่อเนื่องมาตรการ LTV (Ioanto-value) ของรัฐ ที่เข้มงวดขึ้น เพื่อลดการเก็งกำไรจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้การอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยยากขึ้นมาก เช่น การขอสินเชื่อของลูกค้าของเราบางโครงการ ไม่ผ่านการอนุมัติจากธนาคารถึง 30-40% ซึ่งไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน อุปสงค์(demand) ในประเทศด้านนี้จึงแผ่วจาง ในขณะที่อุปทาน (supply) ยังคงเติบโตค่าก่อสร้างที่ไม่ได้ลดลงและราคาที่ดินที่สูงลิ่ว ในตลาดของผู้ซื้ออย่างนี้ยอดขายและผลตอบแทนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ย่อมลดลง เศรษฐกิจโลกที่ซบเซาและสถานการณ์วุ่นวายไม่เสถียร ตลอดจนค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นมากส่งผลกระทบเต็มที่ต้ออุปสงค์จากนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ที่คาดว่าจะขายทรัพย์สินให้ชาวต่างชาติได้ก็ไม่เป็นตามคาด นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลงและหันไปหาแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน

ในช่วงประมาณสิบปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะลดความเสียงและความผันผวนของรายได้ในแต่ละปี อันเป็นลักษณะเฉพาะของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กและขนาดกลางที่ลงทุนในโครงการใหญ่ๆ เช่น บริษัทของเรา ด้วยการพัฒนาปรับเปลี่ยนธุรกิจรวมทั้งผลิตภัณฑ์ให้มากและมีความหลากหลายยิ่งขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สร้างอาคารคอนโดมีเนียมที่อยู่อาศัยระดับสูงและระดับกลางสร้างบ้านเดียวทั้งในเมืองและชานเมือง พัฒนาโครงการแบบผสมผสาน สร้างโรงแรม ตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ REIT ขายทรัพย์สินคือ โรงแรมที่เราพัฒนาเข้ากองทุน REIT เพื่อให้เกิดยอดขายและทำกำไร พร้อมๆ กับซื้อหน่วยลงทุนกลับมาถือไว้บางส่วน เสมือนเก็บทรัพย์สินที่ดีที่เราพัฒนาไว้บางส่วน เป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนดี เป็นรายได้ที่ดี และเป็นทรัพย์สินที่ที่มีสภาพคล่อง สามารถเปลี่ยนเป็นยอดขายได้ในเวลาที่เหมาะสม นอกจากนี้เรายังได้ตั้งบริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์จำกัด ขึ้นมาเพื่อเช่าโรงแรมจากกองทุนกลับมาบริหารจัดการ การขายทรัพย์สินเข้ากอง REIT นี้ เราได้ทำมาหลายครั้งแล้ว และมีแผนที่จะทำต่อๆ ไป ถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ประจำของบริษัทฯ

บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้นในปีนี้ 2,256.40 ล้านบาท เป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 640.20 ล้านบาท รายได้จากการรับบริหารโรงแรม 80 ล้านบาท รายได้จากการประกอบกิจการสามโรงแรม 672.60 ล้าน บาท รายได้จากการประกอบกิจการปั้มน้ำมัน 6.47 ล้านบาท รายได้อื่นๆ 251 ล้านบาท บริษัทมีค่าใช้จ่าย 2,100 20 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 183.2 ล้านบาท ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ด้วยการเล็งเห็นแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ บริษัทฯ จึงหาแนวทางที่จะเสริมความแข็งแรงด้วยการหาพันธมิตรที่ดีที่เราไว้วางใจและเห็นคุณค่า พร้อมเน้นนโยบายรักษาสภาพคล่องเป็นอันดับต้นๆ ในปี 2562 บริษัทฯจึงได้ขายหน่วยลงทุน REIT ที่บริษัทฯ ถือไว้เดิม 30.39% 2 ครั้ง คือ

  • ครั้งแรกเมื่อต้นปี จำนวน 2.44% ให้ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมกับบริษัทฯ สร้างโรงแรม Baba Beach Club ที่หัวหินที่นำเข้า RIET เมื่อปลายปี 2561 เพื่อให้พันธมิตรทั้งสองคงมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของโรงแรมผ่านการถือหน่วย REIT มีรายได้จากการขาย 72 ล้านบาท ได้กำไร 53 ล้านบาท
  • ครั้งที่สองเมื่อปลายปี จำนวน 8.46% ให้ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิงส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรรายบุคคล มีรายได้จากการขาย 264 ล้านบาท ได้กำไร 696 ล้านบาท กำไรที่สูงนี้เกิดจากการที่สัดส่วนที่บริษัทฯ ถือหน่วยลงทุน REIT ลดลงเหลือ 19.49% น้อยกว่าเกณฑ์ 20% ที่จะทำให้สามารถรับรู้กำไรส่วนที่ยังไม่ได้รับรู้ได้/ 1

บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเสนอขายทรัพย์สินเข้ากอง REIT เพิ่มขึ้นคือ

  1. โรงแรม Baba Beach Club ภูเก็ต มูลค่า 550 ล้านบาทซึ่งจะพร้อมเมื่อการดำเนินงานได้ผลตอบแทนที่ดีแล้ว
  2. Baba Beach Club Main Hotel หัวหิน มูลค่า 1,500 ล้าน ซึ่งพยายามจะให้พร้อมปลายปีนี้
  3. YAYA Convention Hall และห้องพักแบบ Pool Suite มูลค่า 1,200 ล้านบาท ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565

บริษัทฯ มีทรัพย์สินที่รอโอน (backlog) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มูลค่า 1,100 ล้านบาท มีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จรอขายและโอนมูลค่ารวม 4,300 ล้านบาท และมีโครงการอยู่ระหว่างก่อสร้างมีมูลค่ารวม 5,600 ล้านบาท ทุกโครงการเป็นโครงการที่เราตั้งใจคัดสรรและพัฒนา เป็นโครงการที่อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพและเปี่ยมด้วยคุณภาพสถานการณ์ในปี 2563 นี้ เป็นที่แน่นอนว่าเศรษฐกิจและปัญหาเดิมๆ จะยังถดถอยต่อไป โรคระบาดโควิต-19 กระหน้าซ้ำเติมทุกภาคส่วนอย่างหนัก ปีนี้และน่าจะสืบเนื่องถึงปีหน้าถือเป็นช่วงวิกฤติยิงที่บริษัทฯ จะต้องอดทน รักษาสภาพคล่อง ระมัดระวังรายจ่าย ปรับยุทธวิธีการขาย การตลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เราจะเดินหน้าโครงการต่างๆ ต่อไปด้วยความรอบคอบ ในส่วนความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทฯ มีกิจกรรมสร้างประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ และกิจกรรมสำคัญที่เราจะมุ่งเน้นต่อไปคือ กิจกรรม “ซับเหงื่อโลก"

ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นทุกท่าน และขอบคุณทีมงานของเรา คู่ค้าตลอดจนพันธมิตรของบริษัทฯ ขอให้เราทุกคนตั้งใจร่วมกันฝ่าฟันวิกฤต ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีค่ะ


นางศรีวรา อิสสระ
ประธานกรรมการ
บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)