สารจากประธานกรรมการ

ด้วยการวิเคราะห์ และการวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง ที่จะรับมือกับทั้งสถานการณ์โลก และสถานการณ์ในประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ในปีที่ผ่านมานี้ บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 3,087 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จาก ปี 2558


เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนวุ่นวายไม่แน่นอนในหลายๆ ด้าน แม้ว่าตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2559 จะสูงกว่าในปี 2558 ก็ตาม แต่สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว นับว่าปี 2559 ไม่ใช่ปีที่ดีนัก โดยเฉพาะหลังจากที่มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลในการลดหย่อนค่าธรรมเนียมต่างๆ สิ้นสุดลง ในเดือนเมษายน กำลังซื้อของผู้มีรายได้ระดับกลางถึงระดับล่างลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขหนี้สินครัวเรือนสูง สถาบันการเงินเข้มงวดมากยิ่งขึ้นในการอนุมัติสิน เชื่อทั้งแก่ผู้ประกอบการและแก่ลูกค้า ทำให้สภาพคล่องทางการเงินของระบบเศรษฐกิจลดลง ของที่จะขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงค้างสต๊อกอยู่มีเป็นจำนวนมาก ในขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ย่อมนำมาซึ่งสงครามราคาระหว่างผู้ประกอบการ เรียกว่าในปี 2559 นี้ โดยทั่วไปแล้วผู้ประกอบการจะประสบกับภาวะที่ทั้งขายยาก และในส่วนที่ขายได้ก็ได้กำไรลดลง

อย่างไรก็ตาม ด้วยการวิเคราะห์ และการวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ ระมัดระวังที่จะรับมือกับทั้งสถานการณ์โลก และสถานการณ์ในประเทศทั้งในปัจจุบันและ อนาคต ในปีที่ผ่านมานี้บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 3,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จาก ปี 2558 เป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์รวม 1,908 ล้านบาท โดยที่ ร้อยละ 60 มาจากโครงการทิวทะเล โดยส่วนหนึ่งมาจากการโอนบ้านทิวทะเลเฟส 3 ( BLU ) ที่ได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะโอนให้ทันก่อนสิ้นปี 2559

นอกจากนี้ เรายังสามารถแปลงกองทุนอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา มูลค่า 2,000 ล้านบาท เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวาได้ทันก่อนสิ้นปี 2559 ด้วย นับเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เจ้าแรก และเจ้าเดียวที่ทำได้สำเร็จตามเวลาที่รัฐบาลส่งเสริม และกำหนดไว้แต่เดิม โดยเราได้ใช้เวลาเตรียมการล่วงหน้าเป็นเวลาเกือบสามปี และได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ อย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้นโยบายของรัฐบาลในเรื่องนี้สัมฤทธิ์ผล

เราสามารถขายโรงแรมศรีพันวาเฟส 2 และวิลล่าหนึ่งหลัง มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาท ให้กับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวาได้ทันอย่าง เฉียดฉิวตามเป้าที่กำหนดไว้ เป็นผลให้บริษัทฯ ได้รับกำไรจากการขายนี้ประมาณ 429 ล้านบาท และมูลค่าของทรัสต์นี้ก็เพิ่มเป็น 3,300 ล้านบาท ซึ่งเราวางแผนว่า ในอนาคตเราจะนำโรงแรม Baba Beach Club ทั้งที่หาดนาใต้และหาดชะอำ เข้าในทรัสต์นี้ด้วย

นอกจากนั้น คือรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมศรีพันวา 531 ล้านบาท รายได้จากค่าเช่า และบริการ 80 ล้านบาท และจากค่าบริการจัดการ 74 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงค่าเข้าร่วมทุนจำนวน 53.3 ล้านบาท จากบริษัท เทียนหยวน ประเทศจีน

การก่อสร้างโครงการต่างๆ ดำเนินไปได้ด้วยดี แม้บางโครงการอาจจะมีความล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากมีการปรับปรุงแบบก่อสร้าง ให้สวยงาม ทนทาน และเหมาะสมยิ่งขึ้น โรงแรม Baba Beach Club ที่หาดชะอำเฟสแรก ซึ่งประกอบด้วยห้องชุดริมทะเล 18 ยูนิต คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการการได้ในไตรมาสที่สามของปีนี้ และเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ก็ได้เริ่มโครงการทิวทะเลเอสเตทวิลล่ามูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท และได้ขายวิลล่าไปแล้ว 4 หลัง จากจำนวน 11 หลัง ในราคาประมาณหลังละ 39 ล้านบาท

ส่วนโรงแรม Baba Beach Club ที่หาดนาใต้ จังหวัดพังงา ซึ่งประกอบด้วยห้องชุดจำนวน 18 ยูนิต ก็คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ เรายัง ได้ขายวิลล่าหลังใหญ่ 5 ห้องนอน ที่กำลังจะก่อสร้างจำนวน 6 หลังไปแล้ว 1 หลัง ในราคา 128 ล้านบาท ในปี 2559 เรายังได้เริ่มการก่อสร้างเฟส 2 ซึ่งจะเป็นพูลวิลล่าด้านหลัง จำนวน 18 หลัง และได้ขายล่วงหน้าไปแล้ว 3 หลังด้วย

ส่วนในกรุงเทพฯ ในปี 2559 เรามีรายได้จากโครงการ ISSI Condo และ The Issara จำนวน 517 ล้านบาท และ 92 ล้านบาท ตามลำดับ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่าน มาเราได้เปิดตัวโครงการ บ้านอิสสระเรสซิเดนซ์ พระราม 9 และ บ้านอิสสระบางนา มูลค่า 1,820 ล้านบาท และ 2,600 ล้านบาท ตามลำดับ

โดยรวมแล้วในปี 2559 บริษัทฯ ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยดี ในปัจจุบันและอนาคตเป็นช่วงที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะต้องประสบกับความยากลำบากสืบต่อ จากสถานการณ์ ในปี 2559 บริษัทฯ ต้องดำเนินการด้วยความไม่ประมาท การขยายโครงการต้องทำด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงโครงการที่มีคู่ต่อสู้มากหรือโครงการ สำหรับผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อย เช่นโครงการ ISSI ต้องพยายามดูแลลูกค้าที่มีอยู่ให้ดี ปรับแผนการตลาด และการขาย ขยายฐาน และรูปแบบแหล่งเงินทุน ทำ ธุรกิจให้หลากหลาย ศึกษาดูแลงบประมาณ ตลอดจนจุดแข็งและจุดอ่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้บริษัทฯ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมาโดย ตลอด การขยายไปสู่ธุรกิจโรงแรม การจัดตั้งกองทุนหรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การบริหารโรงแรมซึ่งจะนำมาซึ่งรายได้ที่มั่นคงต่อเนื่องในระยะยาว ช่วยลดความผันผวนของรายได้ อันเป็นลักษณะเฉพาะของบริษัท อสังหาริมทรัพย์ขนาดกลาง เช่นเรา นอกจากนี้เรายังได้เริ่มธุรกิจการอบรมฝึกอาชีพงานบริการ เป็นการปูพื้นที่จะสร้างโรงเรียนการโรงเเรมร่วมกับสถาบันการศึกษาที่ มีชื่อจากต่างประเทศในอนาคตอันใกล้นี้ และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาเราก็ได้ลงนามร่วมกับ บมจ. ล็อกซเล่ย์ จำกัด ในโครงการจัดการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า และปุ๋ยอินทรีย์จากขยะชุมชน ในเขตจังหวัดภูเก็ตด้วย

ขอให้ท่านผู้ถือหุ้นมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร บริษัทฯ เราจะมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจให้ดีที่สุด จะสร้างประโยชน์ ความพึงพอใจ และความสุขที่ยั่งยืนแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสังคม และประเทศชาติด้วย ตามคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้เป็นพ่อหลวงที่พวกเราทุกคนเคารพเทิดทูนเหนือเกล้า

ขอนำคำกล่าวของ ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการหัวหน้า สายงานผู้ออกหลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ได้กล่าวในงานวันเปิดการซื้อขาย วันแรก ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมศรีพันวาเมื่อ วันที่ 23 ธันวาคม 2559 ตอนหนึ่งว่า “เป็นความภาคภูมิใจทั้งส่วนตัว และของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย ที่กลุ่มชาญอิสสระมีการใช้กลไกในตลาดทุนในทุกรูปแบบ และเป็นผู้นำในการใช้เครื่องมือในตลาดทุนที่มีความหลากหลาย เพื่อบริหารจัดการธุรกิจ และ จะเห็นความเจริญเติบโตของธุรกิจ ซึ่งต้องนับว่าประเทศไทยก็น่าภูมิใจที่มีผู้ประกอบธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และมีความสามารถในการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อสร้างเสริมให้ธุรกิจของประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ”

ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่มีส่วนร่วมแรงกายแรง ใจแรงสมองอย่างเต็มที่ ให้การดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปได้ด้วยดี และขอให้ทุกท่านมีความสุขนะคะ


ด้วยความปรารถนาดี

( นางศรีวรา อิสสระ )
ประธานกรรมการ
บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)