สารจากประธานกรรมการ

กำลังใจของพวกเรามิได้ถดถอย พวกเรายังมีความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจให้ดีที่สุดตามวิสัยทัศน์ของบริษัท “ชาญอิสสระ ภูมิใจพัฒนา สร้างสุขที่ยั่งยืน”


เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี พ.ศ.2560 เป็นปีที่ปวงชนชาวไทยทั่วไปยังคงมีความวิปโยคเป็นอย่างยิ่ง แม้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจจะสูงกว่าปี 2559 จากการเติบโตของธุรกิจการ ท่องเที่ยวและการส่งออก แต่สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว นับว่าไม่ใช่ปีที่ดีเลย ยังคงมีสภาวะซึมๆ ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา หนี้สินครัวเรือนที่ยังสูง ความเข้มงวด ของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อให้ผู้มีรายได้ระดับกลางและล่าง การงด การจัดงานอีเวนต์เพื่อส่งเสริมการขายล้วนมีผลให้การขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นไปได้ยาก แม้จะถือได้ว่าปีนี้เป็นตลาดของผู้บริโภคที่สามารถซื้อที่อยู่อาศัย และที่พักตากอากาศได้ในราคาที่ดีก็ตาม

บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 2,317 ล้านบาท เป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ รวม 1,477 ล้านบาท รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม 572 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ประมาณ 41 ล้านบาท รายได้จากค่าเช่าและบริการ 81 ล้านบาท ค่าที่ปรึกษาและบริหารจัดการประมาณ 69 ล้านบาท ณ วันสิ้นปี มียอดขายรอการโอน (backlog) มูลค่า 1,586 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีกำไร ในปีนี้ 45 ล้านบาท

ปี 2560 เป็นปีที่บริษัทเร่งก่อสร้างโรงแรม 2 แห่งที่ชะอำ - หัวหิน และที่พังงา - ภูเก็ต ให้แล้วเสร็จทันช่วงไตรมาส 4 และพัฒนาโครงการที่ต้องเร่งให้แล้วเสร็จ เพื่อเตรียม เปิดขายโครงการอย่างเป็นทางการอีก 2 โครงการ คือ บ้านอิสสระ บางนา และ อิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9 รวมทั้งการก่อสร้าง Residence Villa 11 หลัง ใน Thew Talay Estate และ Pool Villa อีก 18 หลัง ในโครงการ บาบาบีช คลับ ภูเก็ต เป็นต้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่เรามีเปิดตัวโรงแรมทั้ง สองแห่งไปเมื่อเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งมีมูลค่าลงทุนกว่า 300 - 400 ล้านบาทต่อแห่ง เมื่อโรงแรมเปิดจะเป็นตัวช่วยเสริมการขายโครงการคอนโดมิเนียมและ วิลล่าของเราที่อยู่ในบริเวณเดียวกับโรงแรมทั้งสองเป็นอย่างดี

เป็นที่คาดหมายว่าการประกอบกิจการโรงแรมประเภทบีชคลับหรูทั้งสองแห่ง ของเรานี้จะเป็นที่นิยมของลูกค้า และจะนำมาซึ่งรายได้ทั้งจากห้องพักและจาก การขายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีแนวโน้มรายได้จากส่วนนี้ดีมาก นอกจากนี้ เรายังมีแผนที่จะนำโรงแรมใหม่เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ใน โรงแรมศรีพันวาในอนาคต และขยายโครงการในที่ๆ ติดกับโรงแรมทั้งสองด้วย

บริษัทฯ มีการดำเนินการและการขายบ้าน หรือคอนโดมิเนียมระดับหรู ที่มีราคาสูงเป็นไปด้วยดี ทั้งอิสสระคอลเลคชั่น สาทร ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อต้นปี ได้ยอดขายเพิ่มมาก ดิ อิสสระ ลาดพร้าว ที่เหลือเพียง 3 ห้องล้วนแต่เป็นห้อง ขนาดใหญ่ (Duplex และ 3 ห้องนอน) ก็ขายได้ปิดโครงการในปีนี้เช่นกัน ในขณะที่ ISSI คอนโด สุขสวัสดิ์ ซึ่งจับตลาดระดับกลางถึงล่างขายได้ดี แต่ลูกค้ามีปัญหาเรื่อง ขอสินเชื่อเพื่อโอนห้องชุดมาก ไม่ได้รับการอนุมัติวงเงินกู้ถึง 30% ของลูกค้าที่ จองซื้อ และการดูแลบริหารอาคารให้ลูกค้ากลุ่มนี้ก็เป็นเรื่องยุ่งยากมากกว่าเช่นกัน

สำหรับบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ที่ราคาสูง โดยปกติลูกค้าที่สนใจมักจะรอดู บ้านตัวอย่างและสโมสรส่วนกลางก่อนจะวางเงิน อย่างไรก็ตามเราได้ขายพรีเซลล์ บ้านที่โครงการอิสสระเรสซิเดนท์ พระรามเก้าไปได้ด้วยดี และคาดว่าจะสร้างบ้าน ตัวอย่างและสโมสรของบ้านอิสสระ บางนา เสร็จประมาณมีนาคมนี้ และของ อิสสระ พระราม 9 ประมาณมิถุนายนนี้ โครงการดิ อิสสระ เชียงใหม่ ปัจจุบัน การก่อสร้างล่าช้าไป 6 เดือน และเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถสร้างยอดขายได้ดี จากทั้งลูกค้าต่างชาติ และลูกค้าในประเทศ

เรากำลังเร่งทำ งานร่วมกับบริษัท จุนฟา ที่ประเทศจีน ที่กำลังก่อสร้างโรงแรม ศรีพันวา และเรสซิเดนท์ ที่ไหหนาน มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ทางจีนคาดว่า จะสามารถเริ่มเปิดโรงแรมดำเนินการได้ในปี 2562 โดยจะใช้แบรนด์ศรีพันวา บริหารงานโรงแรม และในปี 2560 นี้เราได้รับค่าที่ปรึกษาแล้วประมาณ 45 ล้านบาท และในปีหน้าบริษัทฯ จะเริ่มมีรายได้จากสัญญาการจ้างบริหารโรงแรมเพิ่มอีกด้วย

สุดท้ายนี้ แม้ผลประกอบการของบริษัทฯ จะไม่ดีเท่าที่เราตั้งใจไว้ด้วยเหตุปัจจัย ที่กล่าวมาแล้ว กำลังใจของพวกเรามิได้ถดถอย พวกเรายังมีความตั้งใจที่จะดำเนิน ธุรกิจให้ดีที่สุดตามวิสัยทัศน์ของบริษัท “ชาญอิสสระ ภูมิใจพัฒนา สร้างสุขที่ยั่งยืน” ท้ายนี้ดิฉันขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่เป็นอีกหนึ่งกำลังใจและมอบความไว้วางใจ ให้เรามาตลอด


นางศรีวรา อิสสระ
ประธานกรรมการ
บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)